สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุกระหน่ำยิง ที่โรงเรียนมัธยมดาลตัน ทางตอนเหนือของรัฐจอร์เจีย ห่างจากเมืองแอตแลนตาไปประมาณ 130 กิโลเมตร โดยตำรวจได้รับแจ้งว่า ในช่วงเวลาพัก ได้มีคุณครูคนหนึ่งขังตัวเองไว้ในห้องเรียน ก่อนจะยิงปืนพกหลายนัดออกจากหน้าต่างห้องเรียน หลังพบว่าภารโรงพยายามจะพังประตูเข้าไป เคราะห์ดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ มีเพียงเด็กนักเรียนหญิงที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่ข้อเท้า ระหว่างวิ่งหลบหนี
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยอพยพครูและนักเรียนไม่ต่ำกว่า 2 พันคน ไปยังที่ปลอดภัย ก่อนจะสามารถควบคุมสถานการณ์ และจับกุมตัวครูคนดังกล่าวไว้ได้ภายใน 30-45 นาทีต่อมา
จากการสอบสวน ทราบว่าครูคนดังกล่าว ชื่อ เจสซี แรนดัล เดวิดสัน วัย 53 ปี สอนวิชาสังคมศึกษา ส่วนมูลเหตุจูงใจ ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะไม่มีเจตนาทำร้ายผู้อื่น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการสรุปแน่ชัดว่าเป็นความพยายามในการฆ่าตัวตายหรือไม่
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้น 2 สัปดาห์ หลังเกิดเหตุกราดยิงที่โรงเรียนมัธยมมาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส ที่เมืองพาร์คแลนด์ รัฐฟลอริดา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 17 คน และจุดกระแสให้มีการถกเถียงกันเรื่องกฎหมายควบคุมอาวุธปืนในสหรัฐฯอีกครั้ง ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงสมาพันธ์ปืนไรเฟิลแห่งชาติ (NRA) ต่างเสนอแนวคิดในการแก้ปัญหานี้ ด้วยการให้ครูเข้ารับการฝึกอาวุธและพกพาอาวุธปืนในโรงเรียนได้ จะได้ยับยั้งและป้องการเหตุร้ายในโรงเรียนได้
ขณะที่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย มองว่าการติดอาวุธให้ครู ไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยง และอาจมีผลข้างเคียงตามมา โดยมีการอ้างอิงถึงเหตุการณ์นี้ด้วย
ส่วนความคืบหน้าอื่นๆ ล่าสุด มีรายงานว่า ซุปเปอร์มาร์เก็ตวอลมาร์ตของสหรัฐฯ ได้ปรับเพิ่มเกณฑ์อายุขั้นต่ำของผู้มีสิทธิ์ซื้อหาอาวุธปืนเป็น 21 ปีแล้ว และมีการนำรายชื่อสินค้าที่มีลักษณะเหมือนปืนไรเฟิลออกจากเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นแค่ปืนอัดลม หรือของเล่นก็ตาม
ขณะที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง ในรัฐโอคลาโฮมา มีการเสริมมาตรการความปลอดภัย ด้วยการติดตั้งห้องหลบภัยกันกระสุนในห้องเรียน หวังช่วยลดความสูญเสียจากเหตุกราดยิงได้