สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลียังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในกรุงโซล ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าการพบกันระหว่างนาย คิม จอง-อึน และคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีใต้ ที่กรุงเปียงยาง โดยหนึ่งในข้อตกลงที่มีการหารือและเห็นชอบร่วมกันคือ รายละเอียดการจัดการประชุมสุดยอดผู้นำ ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ ที่เขตปลอดกำลังทหาร (DMZ) บริเวณชายแดนสองประเทศ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงจะเปิดสายด่วนระหว่างกันอีกครั้ง โดยจะสนทนาทางโทรศัพท์กันเป็นครั้งแรกก่อนการประชุมสุดยอดในเดือนหน้า
หากการประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นจริง ก็จะถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี ที่ผู้นำทั้งสองเกาหลีมาประชุมร่วมกัน หลังจากก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือเคยอาสาจัดการประชุมสุดยอดแบบนี้มาแล้วถึง 2 ครั้งในสมัยนาย คิม จอง-อิล เมื่อปี 2000 และ 2007
นอกจากการเจรจาครั้งประวัติศาสตร์ของสองผู้นำเกาหลีแล้ว รัฐบาลเปียงยางยังส่งสัญญาณว่าพร้อมที่จะเจรจากับสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์ และพื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันให้กลับสู่ระดับปกติด้วย อีกทั้งยังให้คำมั่นว่า จะหยุดการทดสอบขีปนาวุธและนิวเคลียร์ชั่วคราวในช่วงที่มีการเจรจาด้วย
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวขานรับท่าทีดังกล่าวของเกาหลีเหนือทันที โดยระบุว่า อาจจะได้เห็นความคืบหน้าในการเจรจากับเกาหลีเหนือ นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพยายามกันอย่างจริงจัง และแม้ว่าอาจจะเป็นความหวังลมๆ แล้งๆ แต่สหรัฐฯ ก็พร้อมที่จะทำเต็มที่ไม่ว่าในทิศทางใด ซึ่งต้องคอยดูต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น
การแสดงความเห็นของผู้นำสหรัฐฯ เป็นไปในทิศทางเดียวกับความเห็นของนาย อิตสึโนริ โอโนเดระ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ที่ระบุว่า เจตนาของเกาหลีเหนือยังไม่ชัดเจน จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนการประชุมสุดยอดของ 2 ผู้นำเกาหลีนั้น จะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อเกาหลีเหนือแสดงให้เห็นเป็นรูปธรรม ว่าต้องการจะยุติโครงการขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์จริง ซึ่งญี่ปุ่นจะยังยึดมั่นในจุดยืนเดียวกับสหรัฐฯและเกาหลีใต้ต่อไป ส่วนนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ยังปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นในเรื่องนี้