หลังจากสำนักข่าวญี่ปุ่น รายงานว่า ประเทศไทยนำเข้าปลาจากจ.ฟุกุชิมะ ของประเทศญี่ปุ่น จุดที่เคยเกิดเหตุวิกฤตินิวเคลียร์ เมื่อปี 2554 สร้างวิตกกังวลให้กับคนไทยจำนวนหนึ่งที่ได้ทราบข่าว นั้น
วันนี้ (7มี.ค.61) นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ให้ความมั่นใจว่า เจ้าหน้าที่เข้มงวดตรวจสอบสารปนเปื้อนจากปลานำเข้ามาตลอด พร้อมให้ข้อมูลว่า ปลาตาเดียว 130 กิโลกรัมที่นำเข้ามา ล่าสุด มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน ไม่ใช่ปลาที่ขายตามท้องตลาดเนื่องจากมีราคาแพง และยอมรับว่าไม่สามารถไปขอตรวจสอบร้านอาหารทั้ง 12 แห่งที่นำเข้าปลาเหล่านี้ได้ เพราะถือว่า เกินอำนาจที่ อย.มีอยู่
นอกจากนี้ ยืนยันว่า ไทยตรวจสอบอาหารนำเข้าจากต่างประเทศตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ และที่ผ่านมาไม่เคยพบการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีในอาหารที่ส่งมาจากญี่ปุ่น “เกินมาตรฐาน” แม้จะพบสารเคมีอื่นปนเปื้อนมาในอาหารบ้าง โดยเฉพาะในช่วงปี 2554 -2555
ต่อมาปี 2559 ไทยประกาศยกเลิกข้อกำหนดให้ญี่ปุ่นสำแดงที่มาอาหารว่ามาจากจังหวัดในเขตที่มีการปนเปื้อนกัมมันตรังสีหรือไม่ เพราะหลังสุ่มตรวจหลายครั้งไม่พบการปนเปื้อนสารเคมีใด
ส่วนการยกเลิกข้อกำหนดนี้ เลขาธิการ อย. ยืนยันว่า มีหลายประเทศดำเนินการแบบเดียวกับไทย เช่น แคนนาดา ออสเตรเลีย และ มาเลเซีย แต่ไม่สามารถระบุได้ว่า ประเทศเหล่านี้นำเข้าสินค้าจากฟุกุชิมะหรือไม่
ขณะที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการเปิดเผยชื่อร้านค้า 12 แห่งที่นำเข้าปลาดังกล่าว พร้อมแสดงฉลากหรือข้อมูลหน้าร้านอาหารให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลในการตัดสินใจก่อนใช้บริการ หากยังเพิกเฉยก็เตรียมใช้สิทธิตามกฎหมาย
เช่นเดียวกับ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขานุการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ไม่เชื่อข้อมูลทั้งกรมประมง และอย.เพราะทั้ง2หน่วยงานไม่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้จริงแต่ไปเชื่อข้อมูลจากบริษัทที่นำเข้าเท่านั้น จึงขอเรียกร้องให้ทั้ง2หน่วยงานตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะการตรวจสอบใช้เวลาเพียง1วันก็ทราบผลว่าปลาที่นำเข้ามีกัมมันตรังสีปนเปื้อนหรือไม่
ส่วนเรื่องที่ทางอย.อ้างว่าไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบ12ร้านอาหารที่นำเข้าปลาจากญี่ปุ่นได้เพราะอาจจะถูกฟ้องนั้น น.ส.สารี กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องจริง เป็นการให้ข้อมูลที่ผิดพลาด หลังจากที่อย.โอนอำนาจให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับผิดชอบในการตรวจสอบการนำเข้าอาหารจากต่างประเทศ แต่ทางกระทรวงเกษตรฯ ปฏิเสธว่าไม่สามารถเข้าไปตารวจสอบได้ทางอย.เองจะต้องตรวจสอบเองเพราะสินค้านำเข้าสู่ตลาดแล้ว และอย.มีอำนาจตรวจทั้ง12 ร้านค้าด้วย พร้อมขอเรียกร้องให้เปิดรายชื่อร้านที่นำเข้าปลาตาเดียวจากญี่ปุ่นทั้ง12 ร้านให้ประชาชนรับทราบ เพราะมีอีกหลายร้านที่นำเข้าปลาตาเดียวได้รับผลกระทบ
ส่วน12ร้านทางอย.มีรายชื่อหรือไม่ น.ส.สารี กล่าวว่า ทางอย.มีรายชื่อทั้งหมด เพราะการนำเช้าทางร้านจะต้องแจ้งว่าส่งไปที่ไหนอย่างไร และต้องเปิดเผยรายชื่อมาเพื่อผู้บริโภคสามารถตัดสินใจได้ เพราะเรื่องนี้กระทบต่อร้านอาหารญี่ปุ่นทั้งหมด นอกจากนี้ยังขอเรียกร้องให้อย.เปิดเผยข้อมูลใบCertificate หรือใบรับรองสินค้าด้วย และ สิ่งที่เรียกร้องอีกอย่างคืออยากให้รัฐบาลและ อย.ต้องทบทวนเรื่องการให้อำนาจให้ก.เกษตรตรวจสอบสินค้านำเข้า ไม่ใช่ต้องมาวิ่งแก้ไขในภายหลัง