นอกจากการประชุมสุดยอดผู้นำครั้งประวัติศาสตร์ของสองเกาหลี ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน เม.ย.นี้แล้ว รัฐบาลเกาหลีเหนือยังส่งสัญญาณว่าพร้อมที่จะเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์กับสหรัฐอเมริกา และพื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันให้กลับสู่ระดับปกติ โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลเปียงยางไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้อาวุธนิวเคลียร์ หากไม่มีความเสี่ยงที่จะถูกคุกคามหรือโจมตี นอกจากนี้ เกาหลีเหนือยังให้คำมั่นว่า จะหยุดการทดสอบขีปนาวุธและนิวเคลียร์ชั่วคราว ในช่วงที่มีการเจรจากันด้วย
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวขานรับท่าทีของเกาหลีเหนือทันที โดยระบุว่า เราอาจจะได้เห็นความคืบหน้าในการเจรจากับเกาหลีเหนือ นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพยายามกันอย่างจริงจัง และแม้ว่าอาจจะเป็นความหวังลมๆ แล้งๆ แต่สหรัฐฯ ก็พร้อมที่จะทำเต็มที่ไม่ว่าในทิศทางใด ซึ่งต้องคอยดูต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น
การแสดงความเห็นของผู้นำสหรัฐฯ เป็นไปในทิศทางเดียวกับความเห็นของนาย อิตสึโนริ โอโนเดระ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ที่ระบุว่า เจตนาของเกาหลีเหนือยังไม่ชัดเจน จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนการประชุมสุดยอดของ 2 ผู้นำเกาหลีนั้น จะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อเกาหลีเหนือแสดงให้เห็นเป็นรูปธรรม ว่าต้องการจะยุติโครงการขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์จริง ซึ่งญี่ปุ่นจะยังยึดมั่นในจุดยืนเดียวกับสหรัฐฯและเกาหลีใต้ต่อไป ส่วนนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ยังปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นในเรื่องนี้
ฝั่งประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ของเกาหลีใต้ ระบุว่า แม้ความสัมพันธ์ของสองเกาหลีจะเริ่มดีขึ้น แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ยังไม่ถึงจุดที่ทุกฝ่ายจะวางใจได้ และรัฐบาลเกาหลีใต้ก็ยังไม่มีแผนจะยกเลิกหรือผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือแต่อย่างใด