คลิปวีดิโอในวันเกิดเหตุ ช่วงเหตุการณ์หลังจากเจ้าของรถที่ถูกทุบเดินกลับมาที่รถแล้ว และเผชิญหน้ากับเจ้าของบ้านคู่กรณี เป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ทนายความฝั่งเจ้าของบ้านนำมายื่นให้กับตำรวจเพื่อแจ้งความเอาผิดกับคู่กรณีเพิ่มในข้อหาแจ้งความเท็จในคดีอาญาเกินกว่าความเป็นจริง จากภาพ นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความพยายามอธิบายว่า เจ้าของรถไม่ได้มีอาการตกใจกลัวหรือเดินหนีตามคำให้การที่เคยบอกกับพนักงานสอบสวน ดังนั้นจึงไม่เข้าข่ายองค์ประกอบความผิดเรื่องการข่มขู่ ประกอบกับในมือของนางสาวรัตนฉัตร แสงหยกตระการ เจ้าของบ้าน มีเพียงกล้องถ่ายรูปและโทรศัพท์มือถือเท่านั้น ไม่ได้ถืออาวุธเพื่อข่มขู่อย่างที่ถูกกล่าวหา ดังนั้นจึงมองว่าเจ้าของรถแจ้งความเกินกว่าเหตุ ขณะที่รัตนฉัตร ระบุว่าที่ตัดสินใจแจ้งความเพราะต้องการปกป้องสิทธิของตัวเองและไม่ต้องการให้สังคมเข้าใจผิด
นอกจากการมาแจ้งความเพิ่ม วันนี้ฝั่งเจ้าของบ้านกรณีทุบรถได้นำเอาบันทึกถ้อยคำมายื่นให้กับตำรวจเพิ่มเติมด้วย โดยบันทึกนี้ได้แนบคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองมาด้วย รวมถึงภาพถ่ายที่บรรยายถึงความเดือดร้อนที่ได้รับมาตลอด 10 ปี แม้บันทึกถ้อยคำนี้จะเป็นเหมือนคำให้การปกติ แต่ก็สำคัญเพราะเหตุผลที่ฝั่งเจ้าของบ้านอ้างว่าเป็นความเครียดสะสมอาจมีผลต่อการพิจารณาโทษในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ด้วย
ส่วนความคืบหน้าคดี ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลประเวศระบุว่า วันจันทร์นี้จะเรียกเจ้าของรถมารับทราบข้อกล่าวหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ และจะรีบสรุปสำนวนคดีให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า