เมื่อวันที่ (26 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นข้อมูลที่ถูกเปิดเผย จากการปาฐกถาพิเศษของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในงาน CEO Innovation Forum 2018 โดยระบุว่า นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง เช่นการเปลี่ยนรูปแบบวัตถุดิบ และปัจจัยการผลิตในอุตสาหกรรมการผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เปลี่ยนโครงสร้างการจ้างงาน รวมถึงระบบสุขภาพเพื่อให้คนมีอายุยืนขึ้น ซึ่งเป็นตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ดังนั้นประเทศไทยที่มีศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีที่เข้มแข็งอยู่แล้ว จะได้เปรียบในการปรับตัวและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันได้ในระยะยาว
การก้าวไปสู่การพลิกโฉมประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงจำเป็นที่ต้องมุ่งเป้าไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย 5 กลุ่ม คือกลุ่มอาหาร เกษตร กลุ่มสาธารณสุข กลุ่มเครื่องมืออุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ กลุ่มดิจิทัล และกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พร้อมย้ำว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และต้องการให้เกิดขึ้นในอนาคต แต่อาจเกินกำลังที่รัฐบาลจะทำเองได้ทั้งหมด จำเป็นต้องเชิญชวนเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน
ด้านนายกิติพงศ์ พร้อมวงค์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ เปิดเผยผลสำรวจการวิจัยและพัฒนากิจกรรมนวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรม รอบการสำรวจปี 2560 พบว่า มูลค่าการลงทุนมีมากกว่า 100,000 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 0.78% ของ GDP เพิ่มขึ้นจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญในการวิจัย พัฒนาและสร้างนวัตกรรม จากการสำรวจพบว่า ภาคเอกชนไทยมีค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนารวมทั้งประเทศประมาณ 80,000 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2558 ถึง 39% ถือเป็นการขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายและมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา