วันนี้ (27 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตรวจสอบทุจริตเงินผู้ยากไร้ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ของเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ซึ่งพบข้อมูลว่า นายพิชัย เทพี อดีตพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในเกือบทุกจังหวัด จนนำไปสู่การสั่งย้ายไปเป็นพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ
โดยนายสัญชาติ อุปนันท์ชัย ผู้อำนวยการต่อต้านการทุจริต ป.ป.ท. ระบุว่า กรณีการย้าย นายพิชัย อดีตพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง เพราะมีส่วนสำคัญในการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ หรือ เงินสงเคราะห์คนจนทั่วภาคใต้ เนื่องจากนายพิชัย เป็นประธานกลุ่มภาคใต้ ที่ตั้งขึ้นมากำกับดูแลการทำงานของหน่วยงานในสังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และยังพบมีส่วนพัวพันกับการทุจริตเงินนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ที่จังหวัดสตูล งบประมาณกว่า 10 ล้านบาท พอย้ายไปจังหวัดตรัง ได้ประมาณ 1 เดือนเศษ ก็ตรวจสอบพบทุจริตเงินกว่า 700,000 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่าง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง
ขณะที่การตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี คณะกรรมการ ป.ป.ท. ระบุว่า ขณะนี้ตรวจสอบไปแล้ว 53 จังหวัด พบทุจริตทั้งหมด ที่เหลืออีก 23 จังหวัด ร่วมกับ สตง. ตั้งอนุไต่สวนข้าราชการแล้ว 45 คน
ทั้งนี้ส่วนการตรวจสอบศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงในอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าชาวบ้านที่มีชื่อเบิกเงิน ไม่เคยได้รับเงินเลย และยังมีตัวเลขการเบิกจ่ายงบที่สูงขึ้น จากเดิมเพียง 6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 60 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นแผนประทุษกรรมที่ต้องสอบสวนถึงผู้บริหารในกระทรวงฯ
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับรัฐมนตรีทุกกระทรวงระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์นี้ กรณีการร้องเรียนทุจริตในหน่วยงาน ให้ผู้บริหารกระทรวง ตั้งคณะกรรมการสอบภายใน 7 วัน และต้องสรุปผลให้ได้ภายใน 30 วัน หากพบว่ามีมูลความผิดจริง ให้สั่งย้ายหน่วยงาน หรือย้ายตำแหน่งมาประจำการที่สำนักนายกรัฐมนตรีที่เปิดไว้ 100 อัตรา โดยย้ำว่า จากนี้ข้าราชการทุจริตที่ถูกไล่ออก หรือปรับย้ายจะไม่มีสิทธิคืนตำแหน่งเดิมอีก หรือไม่สามารถปรับตำแหน่งที่สูงกว่าเดิมได้เป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อตัดวงจรการแก้แค้น
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การไล่ออก หรือการปรับย้ายตำแหน่ง ผู้บริหารส่วนราชการ สามารถทำได้ทันที โดยไม่ต้องรอคดีอาญา เพื่อให้นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การไล่ออก หรือการปรับย้ายตำแหน่ง ผู้บริหารส่วนราชการ สามารถทำได้ทันที โดยไม่ต้องรอคดีอาญา เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของราชการเป็นไปอย่างโปร่งใส และเป็นหลักกันความปลอดภัยแก่พยานบุคคล หรือข้าราชการชั้นผู้น้อยด้วย
ขณะที่สำหรับมาตรการนี้ มีรายงานว่า รัฐบาลจะประเดิมออกคำสั่งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสูง 14 ราย ที่เกี่ยวข้องกับคดีการค้ามนุษย์ มาปฏิบัติหน้าที่ ๆ สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดทางให้ต้นสังกัดตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 30 วัน และหากพบมูลความผิดให้หัวหน้าส่วนราชการ ซึ่งก็คือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สามารถดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวได้ทันที