คุณคิดว่ากระแสการใส่ “ชุดไทย” จะจบไปพร้อมละครไหม ?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เมื่อละครดังแนวย้อนยุคกำลังฟีเวอร์ ส่งผลให้คนไทยแห่ซื้อชุดไทย เพื่อสวมใส่เลียนแบบตามกระแสละครดัง และบางรายยังนำไปใส่เล่นน้ำช่วงสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง มาดูกันว่าชุดไทยที่จำหน่ายอยู่ขณะนี้ มีราคาเท่าไหร่บ้าง ?

จากกระแสละครย้อนยุคชื่อดังที่มีเนื้อหาผสมผสานกับเรื่องราวในยุคปัจจุบัน ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมากหันมานิยมสวมใส่ชุดไทยตามกระแสละคร รวมถึงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงนี้ ยิ่งทำให้หลายคนออกมาเลือกซื้อชุดไทยเพื่อใส่ไปเล่นน้ำสงกรานต์เป็นจำนวนมาก

ทีมนิวมีเดีย พีพีทีวี ลงพื้นที่สำรวจราคาชุดไทยจากตลาดพาหุรัด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ที่กำลังได้รับความนิยมตามกระแสละครขณะนี้ พบว่า สไบ จำหน่ายราคาผืนละ 200 – 300 บาท สไบพร้อมกระโปรง ชุดละ 1,000 บาท ชุดไทยจิตรลดา ชุดละ 1,000 บาท โจงกระเบน ราคาตัวละ 200 – 800 บาท นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับประกอบการแต่งชุดไทย ต่าง ๆ ให้เลือกซื้อหลายราคาด้วย เช่น สายสะพาย ราคาชิ้นละ 2,500 บาท ต่างหู 550 บาท มงกุฎ 1,100 บาท เข็มขัด 150 – 1,200 บาท สร้อยคอ ราคา 800 – 2,100 บาท เป็นต้น

สำหรับโลกออนไลน์นั้นได้มีการเปิดร้านขายชุดไทยแบบสำเร็จรูปผ่านเพจเฟซบุ๊กด้วยเช่นกัน และยังได้รับความสนใจจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายอื่นเป็นจำนวนมาก โดยชุดไทยที่จำหน่ายประกอบด้วย สไบพลีท ราคา 199 บาท โจงกระเบนผ้าไหม ราคา 490 บาท ชุดลูกไม้ ร.7 ราคา 890 บาท สไบเรียบ 185 บาท โจงกระเบนธรรมดา ราคา 290 บาท และเข็มขัดเงิน ราคา 199 บาท 

คนแห่ซื้อชุดไทยตามกระแสละครดังจนสินค้าขาดตลาด

นางอาอิซ๊ะ เจ้าของร้านขายชุดไทย ชื่อ พิพัฒนาพานิชย์ กล่าวว่า ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ชุดไทยขายดีจนของไม่มีขาย เนื่องจากกระแสละครดัง โดยที่ร้านมีจำหน่ายชุดไทยแบบ รัชกาลที่ 1 ขายราคา 1,000 - 2,700  บาท แบบรัชกาลที่ 7 ราคาประมาณ 1,200 และชุดไทยของเด็ก ราคา 500-700 บาท ส่วนชุดออเจ้า แบบไทยหน้านาง และห่มสไบ จะขายดีสุด ราคาชุดละ 700 - 1,000 ส่วนผู้ชาย จะเป็นชุดราชปะแตน พร้อมโจงกระเบน ขายชุดละ 800 บาท และคอกลม พร้อมโจงกระเบน 850 บาท ทั้งนี้ถ้าหากผู้หญิงอยากสวมชุดไทยที่เหมาะสมเพื่อเล่นน้ำในช่วงสงกรานต์ ส่วนตัวมองว่า ผู้หญิงควรแต่งชุดไทยแบบเสื้อแขนยาว ห่มสไบ และโจงกระเบน แบบในสมัยรัชกาลที่ 4 หรือ รัชกาล ที่ 5 เพราะมีความเรียบร้อยและดูสวยงาม

ผู้ซื้อชุดไทยย่านตลาดพาหุรัด รายหนึ่ง เล่าถึงเหตุผลที่เลือกซื้อชุดไทยว่า ต้องการซื้อชุดไทยเล่นน้ำช่วงสงกรานต์ บริเวณตลาดน้ำสำเพ็งสอง โดยสาเหตุที่เลือกสวมใส่ชุดไทยเพราะกระแสละครดังทีกำลังมาแรงในขณะนี้ และตลาดสำเพ็งสองก็กำลังรณรงค์ให้แต่งชุดไทยด้วย ซึ่งตนจะใส่ชุดไทยเล่นสงกรานต์ไปจนถึงวันที่ 16 เม.ย. นี้ ส่วนผู้ซื้อชุดไทยอีกรายหนึ่ง ระบุว่า ต้องการซื้อชุดไทยเพื่อใส่ไปไหว้พระ โดยปกติซื้อชุดแฟชั่นเกาหลีมาเยอะแล้ว จึงอยากลองแต่งชุดไทยตามกระแสบ้าง รวมถึงรู้สึกว่าควรจะต้องอนุรักษ์ชุดไทยไว้ด้วย

กระแสละครดังมีอิทธิพลทำให้คนไทยหันมาสวมใส่ “ชุดไทย”

โดยภายในงานเสวนา “สังคมศาสตร์เพื่อสังคม คันฉ่องสังคมศาสตร์:ส่องบุพเพสันนิวาสและสังคมไทย” ดร.ปุรินทร์ นาคสิงห์ อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่ากระแสละคร เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งเสริมให้คนเข้ามาแต่งชุดไทยมากขึ้น โดยอิทธิพลของละครค่อนข้างมีบทบาทและเป็นสิ่งที่ใกล้ตัว ซึ่งผู้ชมสามารถที่จะจินตนาการให้ตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมในบรรยากาศนั้นได้ เพราะในบทละครจะเป็นเรื่องราวที่เชื่อมระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ดังนั้นคนในยุคปัจจุบันก็จะมีเรื่องราวที่สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในละครได้ และสามารถจินตนาการเป็นใครก็ได้ในละครเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ตัวนักแสดงในละครก็มีส่วน เนื่องจากเมื่อผู้ชมเห็นว่านักแสดงใส่ชุดไทยแล้วสวยงามดูดี ก็อาจจะมีความอยากเป็นเหมือนตัวละครนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ชมอยากจะแต่งกายเลียนแบบตัวละคร

สังคมกำลังโหยหา “ความเป็นไทย” อยู่หรือไม่?

ดร.ปุรินทร์ มองว่า การแต่งชุดไทยเป็นสิ่งที่สะท้อนความเป็นไทยรูปแบบหนึ่งที่มีความเป็นรูปธรรม ซึ่งคนสามารถเข้าไปหยิบฉวยเข้ามาครอบครองได้ง่าย แต่ก็เป็นความเป็นไทยที่มีลักษณะฉาบฉวย เพราะว่ารูปแบบการแต่งกายนั้น มีลักษณะที่พยายามจะนำของสิ่งของต่าง ๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อให้มีความเป็นไทย ซึ่งสิ่งเหล่านั้นอาจจะไม่ได้เข้าชุดกันเลยก็ได้ แต่เขาก็เลือกที่จะนำมาสวมใส่ โดยอาจไม่ได้สนใจเรื่องของรายละเอียด และข้อมูลที่แท้จริงว่ายุคสมัยนั้นแต่งกายลักษณะอย่างไร

กระแส “ชุดไทย” จะอยู่ได้นานแค่ไหน?

ดร.ปุรินทร์ กล่าวต่อว่า มีความเป็นไปได้ว่ากระแสชุดไทยจะจบไปตามละคร เพราะว่ามีการเปลี่ยนในเรื่องการให้คุณค่า ความหมายเกี่ยวกับชุดไทย ซึ่งต่างจากอดีต โดยสมัยก่อนใครที่แต่งชุดไทยก็จะถูกมองว่าแก่ แต่ละครดังกล่าวกลับทำให้ชุดไทยถูกมองเป็นเรื่องปกติ และสามารถใส่ในชีวิตประจำวันได้ แต่ถ้าไปผ่านสักระยะหนึ่งแล้วก็จะเห็นว่าชุดไทยอาจไม่ได้สะดวกกับวิถีชีวิตที่เร่งรีบ โดยเฉพาะในเมือง เช่น แต่งชุดไทยซ้อนมอเตอร์ไซค์ แล้วสไบอาจเข้าไปพันกับล้อรถจนทำใหเกิดอุบัติเหตุได้  ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่งในความคล่องตัวต่าง ๆ ในปัจจุบัน ที่จะทำให้กระแสชุดไทยค่อย ๆ หายไป

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ