7 เม.ย. เหตุโจมตีด้วยอาวุธเคมี ในเมืองดูมา ชานกรุงดามัสกัส ของซีเรีย ซึ่งเป็นพื้นที่ยึดครองของกลุ่มกบฏ มีรายงานผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 70 คน บาดเจ็บอีกกว่า 500 คน เหยื่อส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิง แต่รัฐบาลซีเรียและชาติพันธมิตรออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง โดยเชื่อว่าเป็นเรื่องที่สหรัฐฯกุขึ้น เพื่อสร้างความชอบธรรมในการโจมตีซีเรีย
8 เม.ย. “โดนัลด์ ทรัมป์” ทวีตข้อความ ขู่ตอบโต้เหตุโจมตีซีเรียอย่างสาสม โดยบอกว่ากองทัพสหรัฐฯมีหลายทางเลือก ซึ่งอาจรวมถึงการใช้ปฏิบัติการทางทหาร แต่ทางรัฐบาลรัสเซียออกมาเตือนสหรัฐฯว่า อย่าใช้กำลังทหารตอบโต้เรื่องนี้
9 เม.ย. เรือพิฆาตสหรัฐฯ “ยูเอสเอส โดนัลด์ คุก” ซึ่งติดตั้งขีปนาวุธนำวิถี ออกเดินทางจากไซปรัส มุ่งหน้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นจุดที่เรือพิฆาตสหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์กรวมกัน 59 ลูก โจมตีฐานทัพอากาศซีเรียเมื่อปีที่แล้ว
11 เม.ย. “โดนัลด์ ทรัมป์” ทวีตข้อความเตือนรัสเซีย เตรียมตัวรับมือกับขีปนาวุธที่สหรัฐฯจะยิงถล่มซีเรีย ซึ่งทรัมป์ระบุว่า ขีปนาวุธที่ใช้เป็นของดี ใหม่ และอัจฉริยะ แต่จากนั้นไม่นาน ทำเนียบขาวก็ออกมายืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจใดๆทั้งนั้น
12 เม.ย. ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสออกมาเปิดเผยว่า มีหลักฐานว่าผู้นำซีเรียใช้อาวุธเคมีเข่นฆ่าประชาชน และเตรียมจะใช้มาตรการตอบโต้
13 เม.ย. ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ต่อสายคุยกับผู้นำฝรั่งเศส โดยเตือนว่าให้เตรียมรับผลที่อาจจะตามมา หากดำเนินมาตรการรุนแรงตอบโต้ซีเรีย แต่สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส ก็ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มเป้าหมาย 3 แห่งในกรุงดามัสกัสและเมืองฮอมส์ ของซีเรีย ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เป็นผู้ออกมาประกาศเรื่องนี้ด้วยตนเอง ซึ่งตรงกับช่วงสายของวันเสาร์ ตามเวลาประเทศไทย
ผลจากปฏิบัติการทางอากาศครั้งนั้น ได้สร้างความเสียหายให้กับศูนย์วิจัยทางวิทยาศาสตร์ในกรุงดามัสกัส ซึ่งเป็นโรงงานผลิตอาวุธเคมีของซีเรีย รวมถึงศูนย์บัญชาการและสถานที่เก็บอาวุธเคมีในเมืองฮอมส์ และ มีรายงานว่า ระบบป้องกันของกองทัพซีเรียสามารถยับยั้งการโจมตีของขีปนาวุธได้มากถึง 71 ลูกจากทั้งหมด 103 ลูกที่พุ่งเข้ามา
14 เม.ย. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ทวีตข้อความชื่นชมและยินดีต่อผลของปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มซีเรีย โดยใช้คำว่า “ภารกิจสำเร็จลุล่วงแล้ว” จนสื่อหลายสำนักนำไปเปรียบเทียบว่าเหมือนกับคำพูดที่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช เคยใช้กับสงครามอิรัก ซึ่งต่อมากลายเป็นวลีที่ถูกล้อเลียนตลอดวาระการดำรงตำแหน่งของบุช ซึ่งทรัมป์ก็ตอบโต้ว่ามีแต่สื่อที่รายงานข่าวเท็จเท่านั้น ที่รายงานข่าวเพื่อลดคุณค่าของภารกิจดังกล่าว