เมื่อวันที่ (18 เม.ย.61) ทีมข่าวพีพีทีวีบันทึกไว้ได้ ช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. ขณะกำลังจะเข้าไปสอบถามข้อมูลเพื่อให้ พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าว แต่กลับพบว่าท่านได้ขึ้นรถตู้ออกไปข้างนอกแล้ว ขณะที่ทางวัดได้รีบปิดกุฏิของเจ้าอาวาสทันที ไม่ให้สื่อเข้าไปถามข้อมูล ทีมข่าวจึงเดินสอบถามข้อมูลโดยนอบวัด ซึ่งได้คำตอบจากเจ้าหน้าที่ดูแลวัดและคนทำงานในวัดว่า พระทั้ง 3 รูป คือ เจ้าอาวาสวัด พระเมธีสุทธิกร และ พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด ออกไปฉันเพลข้างนอก และมีกิจธุระต่อ จึงไม่สะดวกให้ข้อมูลในเวลานี้
หลังจากกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ส่งเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) คดีทุจริตเงินทอนวัดในพื้นที่ กทม.3 แห่ง ซึ่งมีพระผู้ใหญ่ 5 รูป เกี่ยวข้อง ไปยัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. นั้น
ล่าสุดเมื่อวานนี้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ระบุว่าตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญของป.ป.ช.ฉบับใหม่ ป.ป.ช.มีอำนาจตรวจสอบบุคคลทั้งรัฐ พระสงฆ์และเอกชน ที่เข้าข่ายสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำการทุจริต หากพบว่าเป็นตัวการหลักและมีบุคคลใดเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ก็เข้าข่ายที่ ป.ป.ช.จะตรวจสอบได้
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ถึงกรณีเงินทอนวัดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง คือ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยดำเนินการตามหลักฐานต่างๆ ที่ปรากฏ แต่ต้องนำข้อมูลส่งไปยัง ป.ป.ช.เพื่อตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมาย "แต่ที่เป็นห่วงคือ ขอให้พระสงฆ์ อยู่ในความสงบเรียบร้อย เพราะจะทำให้ความชัดเจนเกิดขึ้น
อีกทั้งการออกมาเคลื่อนไหวนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ เนื่องจากพระพุทธศาสนา เป็นศาสนาที่คนไทยร้อยละ 90 นับถือ จึงต้องช่วยกันและยืนยันว่าจะดำเนินการไปตามหลักฐานทั้งวัตถุพยานและพยานบุคคลที่ปรากฏ เช่นเดียวกับความผิดกรณีอื่น