สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การไวน์ระหว่างประเทศ หรือ โอไอวี ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ผลผลิตไวน์ทั่วโลกในปี 2017 ที่ผ่านมา ลดลงจากปีก่อนหน้า 8.6 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 250 ล้านเฮคโตลิตร หรือประมาณ 2 หมื่น 5 พันล้านลิตร ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1957 ที่ทั่วโลกผลิตไวน์รวมกันได้เพียง 173.8 ล้านเฮคโตลิตร สาเหตุสำคัญมาจากผู้ผลิตไวน์รายใหญ่ๆ ในยุโรป ต่างได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เลวร้ายในปีที่แล้ว ซึ่งทำให้ผลผลิตไวน์ของยุโรปลดลง 14.6 เปอร์เซ็นต์
โดยรัฐบาลฝรั่งเศสระบุว่า ผลผลิตไวน์ของประเทศปีที่แล้วต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากสภาพอากาศไม่เป็นใจ ไม่ว่าจะเป็นหิมะที่ตกกลางฤดูใบไม้ผลิ ภัยแล้ง และพายุที่ส่งผลกระทบต่อแหล่งผลิตไวน์ส่วนใหญ่ เช่น บอร์กโดซ์ และชองปาญ ตรงกันข้าม ผลผลิตไวน์ของสหรัฐฯ และจีนยังคงที่ โดยในส่วนของจีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตไวน์อันดับ 7 ของโลก ตามหลังออสเตรเลียและอาร์เจนตินาด้วย
ส่วนการบริโภคไวน์ทั่วโลกขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 1.8 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 243 ล้านเฮคโตลิตร โดยสหรัฐฯ ยังคงเป็นตลาดไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีการบริโภคไวน์ 32.6 ล้านเฮคโตลิตร ตามมาด้วยฝรั่งเศส 27 ล้านเฮคโตลิตร