สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา เปิดแถลงข่าวร่วมกับ ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ที่ทำเนียบขาว ระบุว่า ตัวเขาอาจไม่อนุมัติให้ต่ออายุการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านที่กำลังจะหมดอายุในวันที่ 12 พ.ค. นี้ โดยมาตรการผ่อนคลายการคว่ำบาตรดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงจำกัดโครงการพัฒนานิวเคลียร์ที่อิหร่านร่วมลงนามกับอีก 6 ชาติมหาอำนาจประกอบด้วย สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี รัสเซีย และจีน
ทรัมป์ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวประนีประนอมเกินไป ซึ่งต้องมีการทบทวนและแก้ไขเนื้อหาโดยด่วน เพื่อให้ครอบคลุมทั้งเรื่องโครงการพัฒนาขีปนาวุธและนิวเคลียร์ และบทบาทของอิหร่านในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเตือนว่าหากอิหร่านกลับมารื้อฟื้นโครงการนิวเคลียร์อีกครั้ง สหรัฐฯ ก็พร้อมจะดำเนินมาตรการตอบโต้ในระดับรุนแรงแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน โดนก่อนหน้านี้ ทรัมป์ส่งสัญญาณมาตลอดว่าจะนำสหรัฐฯถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ซึ่งทางอิหร่านก็ออกมาเตือนแล้วว่าสหรัฐฯจะต้องยอมรับผลกระทบครั้งใหญ่ หากเป็นฝ่ายถอนตัว
ขณะที่เรื่องนี้สร้างความวิตกกังวลอย่างหนักให้แก่ฝ่ายยุโรป และกลายเป็นหนึ่งในจุดประสงค์ที่ทำให้ผู้นำฝรั่งเศสต้องเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อโน้มน้าวให้รัฐบาลวอชิงตันอยู่ในสัญญาฉบับนี้ต่อไป เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี ที่มีกำหนดจะเยือนทำเนียบขาวในวันศุกร์นี้ ด้วยจุดประสงค์เดียวกัน
สำหรับภารกิจการเยือนสหรัฐฯของนายมาครงในครั้งนี้ ถือว่าบรรยากาศชื่นมื่นมากเป็นพิเศษ ตั้งแต่การต้อนรับ ไปจนถึงท่าทีที่ทั้งสองผู้นำปฏิบัติต่อกัน โดยเฉพาะช่วงที่ยืนถ่ายรูปคู่กัน จู่ๆทรัมป์ก็เอี้ยวตัวไปปัดอะไรบางอย่างออกจากไหล่ของมาครง พร้อมกล่าวแบบติดตลกว่า “ผมจะเอาเศษรังแคออกให้ เราต้องทำให้เขาดูสมบูรณ์แบบ” เรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากผู้นำฝรั่งเศส
ขณะเดียวกันส่วนอีกหนึ่งผู้นำที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พูดถึง คือ คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งทั้งสองมีกำหนดจะได้พบกันครั้งประวัติศาสตร์ในเดือนมิถุนายนนี้ โดยทรัมป์หยอดคำหวาน ชื่นชมนายคิมว่าเป็นคนเปิดกว้าง และเป็นผู้นำที่มีเกียรติ แต่เมื่อถูกถามว่ารัฐบาลวอชิงตันคาดหวังอะไรจากการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ ทรัมป์ก็ยังยืนยันจุดยืนเดิมว่า ต้องการเห็นเกาหลีเหนือปลอดอาวุธนิวเคลียร์
Ludovic MARIN / AFP