หลังจาก สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. กระทรวงพลังงาน ขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันทุกรายไม่ให้ข่าวผ่านสื่อช่องทางต่างๆ ก่อนที่จะมีการปรับราคาน้ำมัน เพราะมีข้อสังเกตว่า มีผู้ค้าน้ำมัน ตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป ปรับราคาในอัตราที่เท่ากันในเวลาเดียวกันอาจเข้าข่ายการกระทำผิดที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของนโยบายการส่งเสริมการแข่งขัน รวมทั้งอาจจะไม่ตรงกับเจตนารมณ์ ของพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560
ด้าน น.ส.รสนา โตสิตระกูล นักเคลื่อนไหวด้านพลังงาน ระบุว่า นโยบายที่กระทรวงพลังงานจะออกมาไม่ได้ช่วยให้ตลาดแข่งขันเสรี หากจะให้เสรีต้องตัดกองทุนน้ำมันทิ้งไป แล้วอ้างอิงราคาน้ำมันในตลาดโลกเหมือนมาเลเซียที่ประกาศราคาน้ำมันที่แท้จริงทุกวันโดยอ้างราคาตลาดโลก แต่วิธีการนี้ถือเป็นการปิดกั้นสิทธิประชาชนที่พอจะมีทางเลือกในการเติมน้ำมันจากการประกาศราคาล่วงหน้า
ขณะที่ นายพรายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ บอกว่า ขณะนี้ ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าการแจ้งปรับ ราคาน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันเข้าข่ายการกระทำ ผิดกฎหมายแต่อย่างใด เพราะเท่าที่ดูก็ไม่ได้ เป็นการใช้อำนาจเหนือตลาดมาชี้นำ แม้ว่าผู้ค้าทั้ง 2 รายจะมีส่วนแบ่งการตลาด มากที่สุด
ส่วนมุมมองของประชาชน ส่วนใหญ่บอกว่า ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้เพราะเห็นว่า เป็นสิทธิผู้บริโภคที่จะรับรู้ราคาน้ำมัน ซึ่งทำให้สามารถวางแผนค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันล่วงหน้าได้
ปัจจุบันมีผู้ค้าน้ำมัน 3 ราย ที่แจ้งก่อนปรับขึ้น หรือ ปรับลดราคาน้ำมัน คือ ปตท. บางจาก และ เชลล์ ที่ผ่านมาหากเปลี่ยนแปลงราคาขายปลีกน้ำมันทุกครั้ง ผู้ค้าน้ำมันจะแจ้งข่าวผ่านทางสื่อ ช่องทางต่างๆล่วงหน้าก่อนเป็นเวลา 1 วัน ก่อนจะปรับราคาในช่วง 05.00 น. ของวันถัดไป ส่งผลดีต่อประชาชนให้เติมน้ำมันก่อนกรณีราคาจะปรับขึ้น