เมื่อวันที่ (21 พ.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพูดคุยระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์โดยสารใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ข้อเรียกร้องของสมาคมฯขอให้พิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารทันทีอีก 10 สตางค์ต่อกิโลเมตร จะยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะที่ปรึกษาของกรมการขนส่งทางบกยังอยู่กำหนดโครงสร้างคำนวนค่าโดยสารใหม่ คาดจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ก่อนเสนอคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางเป็นผู้พิจารณา ทำให้ในระหว่าง 2 เดือนนี้จึงยังไม่สามารถขึ้นค่าโดยสารได้
ด้านนางสุจินดา เชิดชัย หรือเจ๊เกียว นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์โดยสารออกมาเรียกร้อง ระบุว่าขณะนี้ผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ต้องแบกรับภาระต้นทุนสูงถึง 10 บาทต่อลิตร เพราะอัตราค่าโดยสารปัจจุบันคำนวนจากราคาน้ำมันที่ 19 บาท 69 สตางค์ต่อลิตรตั้งแต่ต้นปี 2559 แต่ขณะนี้ราคาน้ำมันดีเซลสูงถึง 29 บาท 79 สตางค์ต่อลิตร ระหว่างนี้ผู้ประกอบการจะมีการลดเที่ยวลงตามสัดส่วนผู้โดยสาร และภายในสัปดาห์นี้สมาคมฯจะมีการหารือเพื่อกำหนดแนวทางแก้ปัญหาก่อน แต่หากหลังจากเดือนกรกฎาคมไปแล้วยังไม่สามารถขึ้นค่าโดยสารได้ ทางสมาคมจะเดินทางมาทวงถามความคืบหน้ากับกระทรวงคมนาคมอีกครั้ง
เจ๊เกียว ยังระบุอีกว่า แนวทางที่กระทรวงพลังงานแนะนำให้ผู้ประกอบการรถยนต์โดยสารเปลี่ยนเครื่องยนต์ไปใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล หรือ บี20 เพราะมีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลถึง 3 บาทต่อลิตรนั้น คงไม่กล้าที่จะนำรถที่มีราคากว่า 7 ล้านบาทไปใช้เชื้อเพลิงดังกล่าวได้ เพราะมีความกังวลว่าอาจจะมีปัญหาเหมือนรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ หรือเอ็นจีวีเหมือนนโยบายก่อนหน้านี้
ส่วนราคาน้ำมันปัจจุบัน ถือว่ามีการปรับราคาสูงสุดในรอบกว่า 3 ปีที่ผ่านมา ประเด็นนี้ ถูกพูดถึงในวงกว้างโดยเฉพาะเมื่อสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน สั่งผู้ค้างดประกาศการปรับเปลี่ยนราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดให้สาธารณชนทราบล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 26 เมษายนเป็นต้นมา วันนี้พบว่าราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้นมาแล้วลิตรละ 2.30 บาท อยู่ที่ลิตรละ 29.84 บาท แต่ในต่างจังหวัดบางที่ก็สูงกว่า 30 บาทแล้ว ซึ่งเป็นราคาที่สูงที่สุดในรอบ 3 ปี 3 เดือน ส่วนเบนซินปรับขึ้นราคาลิตรละ 2.10 บาท
ทีมข่าว พีพีทีวีสำรวจความเห็นผู้ใช้น้ำมัน ที่ต้องเติมน้ำมันเป็นประจำ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าหากเลือกได้ อยากให้กลับไปใช้วิธีการแจ้งการปรับราคาน้ำมันล่วงหน้า เพื่อให้ได้เตรียมความพร้อม โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น
ด้านเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) ตั้งข้อสังเกตุว่า การประกาศงดแจ้งการปรับราคาน้ำมันล่วงหน้า เป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ หรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังมองถึงนโยบายเรื่องกองทุนน้ำมันว่าเป็นการเอาเปรียบประชาชน เพราะเมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มสูง เงินจากกองทุนน้ำมันไม่ได้มาช่วยแบกรับภาระค่าน้ำมันตามที่มีการระบุไว้ก่อนหน้า แต่กลับใช้เงินส่วนนี้ไปสนับสนุนช่วยเหลือผู้ค้านำมันแทน สัปดาห์นี้จะต้องจับตามอง ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศมีโอกาสที่จะปรับขึ้นอีก จะส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลทะลุ 30 บาท/ลิตร หลังจากราคาน้ำมันดิบได้ปรับตัวแตะที่ระดับ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล