เมื่อวันที่ (23 พ.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ในการพิจารณาผลการศึกษาของคณะทำการเฉพาะเกี่ยวกับการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช พาราควอต คลอไพริฟอส และไกลโฟเสต กว่า 4 ชั่วโมงได้ข้อสรุปว่าจะไม่ยกเลิกสารทั้ง 3 ชนิด แต่ให้เป็นการจำกัดการใช้แทน
นายสมบูรณ์ ยินดียั่งยืน รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย เปิดเผยว่า คณะกรรมการเข้าร่วม 24 จาก 29 คน 18 เสียงเห็นว่าควรจำกัดการใช้ หลังจากนี้กรมวิชาการเกษตร ต้องหามาตรการจำกัดปริมาณนำเข้า และเก็บข้อมูลผลกระทบจากการใช้สารทั้ง 3 ชนิดอย่างเป็นทางการ
จากเอกสารสรุปผลการพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตราย พบว่ากรรมการนำข้อมูล 5 ด้าน ประกอบด้วย สถานการณ์การใช้ของเกษตรกร พิษต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม การห้ามและจำกัดการใช้ในต่างประเทศ/สารเคมีทดแทนและทางเลือกอื่นและความเห็นของคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากภาครัฐและเอกชนต่อการควบคุม มาเป็นหลักในการพิจารณา และมีข้อสรุปว่า
ยาฆ่าหญ้า “พาราควอต” ปี 2560 นำเข้า 44.5 ล้านกิโลกรัม มีโอกาสปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมน้อย เข้าสู่ร่างกายได้ทางการกิน สัมผัส การหายใจ ไม่มีสารก่อมะเร็ง ส่วนกรณีที่มีงานวิจัยบอกว่าส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้เกิดโรคเนื้อเน่า ถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน
ส่วนยาฆ่าแมลง “คลอร์ไพริฟอส” ปี 2560 นำเข้า 3.7 ล้านกิโลกรัม การตกค้างเกิดจากเกษตรกรใช้ไม่ถูกวิธี ส่วนผลกระทบสุขภาพ พบว่าในหลายประเทศจัดให้อยู่ในกลุ่มที่อันตรายปานกลาง มีผลต่อพัฒนาการเด็ก ไม่ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์
ขณะที่ยาฆ่าหญ้า “ไกลโฟเสต” ปี 2560 นำเข้า 59.8 ล้านกิโลกรัม พบว่าปนเปื้อนในทุกระดับห่วงโซ่อาหาร ส่วนผลกระทบต่อสุขภาพ ที่ระบุว่า ก่อให้เกิดมะเร็ง ตกค้างในสะดือ และรกเด็ก คณะกรรมการเห็นว่างานวิจัยเหล่านี้ยังมีข้อจำกัดในการศึกษา เพราะกลุ่มตัวอย่างมีไม่มาก