ยาไอซ์ เป็นของกลางที่ ตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 ตรวจยึดได้ระหว่างสกัดจับรถกระบะห้องเย็นสีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน โดยยาไอซ์ทั้งหมดถูกบรรจุอยู่ในเป้สีเขียวจำนวน 32 ใบ น้ำหนักประมาณ 860 กิโลกรัม และมีผ้าห่มคลุมอำพรางไว้อีกชั้นหนึ่ง
ก่อนการจับกุม ชุดปฎิบัติการสืบสวนภาค 5 รับแจ้งว่าจะมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมาก จากแนวชายแดน จังหวัดเชียงราย เข้าไปยังจังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้เส้นทาง ถนนสายเทิง-เชียงราย
ชุดปฎิบัติการจึงออกสืบสวนหาข่าว จนพบรถคันดังกล่าว ซึ่งมี นางสาวชญาดา ชัยแว่นแคว้น อายุ 29 ปี เป็นคนขับ มุ่งหน้า อ.เมืองเชียงราย โดยมีรถกระบะหมายเลขทะเบียน 5 กข 1759 กรุงเทพมหานครขับนำทางห่างๆ เจ้าหน้าที่จึงแบ่งกำลังกันติดตามรถทั้งสองคัน เพื่อแจ้งให้หยุดและตรวจค้น
จนสามารถจับกุม นางสาวชญาดา ได้พร้อมของกลาง แต่รถกระบะอีกคัน ซึ่งมี นายเอกราช พิทักษ์ไพร เป็นคนขับรถ ไหวตัวทันเร่งเครื่องฝ่าด่านสกัดของตำรวจ แล้วไปจอดรถทิ้งไว้ในป่าช้า อ.แม่ลาว
เบื้องต้น นางสาวชญาดา รับสารภาพว่าร่วมกันนายเอกราช ร่วมกันลำเลียงยาเสพติด จาก อ.เทิง ไปยัง จ.เชียงใหม่ โดยจะมีกลุ่มนายทุนจะมารอรับอีกทอดหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะขยายผลไปยังเครือข่ายกลุ่มนี้ต่อไป
การลำเลียงยาเสพติดครั้งนี้ ใช้เส้นทางอ้อมข้ามประเทศเพื่อนบ้านฝั่งทิศตะวันออก ก่อนนำข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาทาง อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย และลักลอบขนมาตามถนนสายรองเพื่อส่งไป จ.เชียงใหม่ โดยปลายทางที่แท้จริงคาดว่าจะเป็นตลาดต่างประเทศ เพราะบรรจุในถุงพลาสติกใสและบรรจุในกระเป๋าเป้อย่างดี แตกต่างจากที่ผ่านมาที่มักใส่ถุงใบชาสูญญากาศที่อยู่ในกระสอบฟาง
สำหรับไอซ์ที่สกัดจับได้ในครั้งนี้ แนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ เชื่อว่าเป็นของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดชาวม้ง ที่ส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล ก่อนส่งต่อไปยังประเทศที่สาม