แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมยานยนต์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีบริษัทรถยนต์สัญชาติจีน สนใจที่จะเข้าลงทุนผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) ในไทย โดยมองว่าจะเป็นรถยนต์ในกลุ่มแท็กซี่สาธารณะ ช่วงแรกคาดว่าจะมีการนำเข้ามาไม่น้อยกว่า 5,000 คัน หรือคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท โดยบริษัทดังกล่าวยังมีแผนที่จะเปิดตัวบริษัทและแนะนำผลิตภัณฑ์ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 หรือ มอเตอร์เอ็กซ์โป ปลายปีนี้ด้วย
นอกจากนี้ รถยนต์ไฟฟ้าที่จะนำมาทำเป็นแท็กซี่อีวีดังกล่าวจะมีระยะทางการวิ่งราว 350-400 กิโลเมตร ต่อการการชาร์จไฟฟ้า 1 ครั้ง ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของการขับขี่รถสาธารณะต่อวัน เฉลี่ยอยู่ที่ 250-300 กิโลเมตร จึงมองว่าจะสามารถทดแทนรถแท็กซี่ที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) ได้
ขณะที่ระดับราคาของรถแท็กซี่อีวีคาดว่าจะไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยอาจมีการเปิดให้ลงทะเบียนสำหรับผู้ที่สนใจพร้อมด้วยราคาพิเศษช่วงแนะนำ เพื่อให้สามารถนำไปวางแผนธุรกิจทั้งการนำเข้าและการผลิตในอนาคต
ทั้งนี้หากได้รับผลการตอบรับที่ดีจากตลาดมีแผนในระยะถัดไปในการตั้งโรงงานประกอบในไทย รวมถึงมีแผนการการระดมทุนธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ไอซีโอ) เพื่อขยายธุรกิจในอนาคตต่อไป ซึ่งแท็กซี่ยังมาพร้อมด้วยโซลูชั่นที่ครบวงจร เช่น แอพพลิเคชั่นด้านการเรียกใช้บริการและทางด้านโลจิสติกส์
นายยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า ปีนี้จะมีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนโครงการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ส่วนของปลั๊กอินไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) 4-5 ราย เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ทั้งหมด เนื่องจากเป็นเทรนด์ของโลกที่ผู้ผลิตรถยนต์จะต้องเข้าสู่ตลาดนี้