ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ (11มิ.ย.61) เจ้าหน้าที่พบว่าในเอกสารเสนอโครงการของบอุดหนุนด้านเผยแผ่ศาสนา 2โครงการของวัดสระเกศฯ ที่อ้างว่าของบเพื่อนำไปกระจายให้วัดสาขา 13 แห่ง แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่ามีวัด 9 แห่ง ที่ไม่ได้รับงบอุดหนุนเลย ประกอบด้วย วัดไตรธรรมาราม จ.สุราษฎ์ธานี ,วัดบุดดา จ.สิงห์บุรี,วัดมหาพุทธาราม จ.ศรีสะเกษ,วัดพระธาตุพนม จ.นครพนม,วัดอัมพวันจ.ยโสธร,วัดบ่อชะเนง จ.อำนาจเจริญ,วัดพระพุทธบาทเขากระโดง จ.บุรีรัมย์,วัดศรีมงคลใต้ จ.มุกดาหาร และ วัดในจ.สงขลา
ส่วนที่เหลือ คือ วัดหลวงพ่อสด จ.ราชบุรี, วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่,วัดปากน้ำ จ.อุบลราชธานี และ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น โดยแต่ละแห่งได้รับงบประมาณที่ละ 2 ล้านบาท
ส่วนความคืบหน้าการเจรจาขอรับตัวอดีตพระพรหมเมธี ที่ยื่นขอลี้ภัยในประเทศเยอรมนี แม้จะครบกำหนดเส้นตายภายในระยะเวลา 3 วัน หลังตำรวจไทยร้องขอให้รายงานผลการพิจารณาว่าอดีตพระพรหมเมธี จะได้รับการอนุมัติให้มีสถานะผู้ลี้ภัยหรือไม่ และจะส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในไทยได้หรือไม่ แต่จนถึงเวลานี้ยังไม่มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ออกมาเปิดเผยข้อมูลและความชัดเจนในประเด็นดังกล่าวแต่อย่างใด
ส่วนการติดตามตัว 5 ผู้ต้องหาที่ช่วยอดีตพระพรหมเมธี หลบหนีข้ามประเทศ ล่าสุดชุดสืบสวนได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยนำหมายจับใส่เข้าไปในระบบตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ซึ่งหากพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมตัวได้ทันที
ขณะที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ออกหนังสือ โดยพ.ต.ท. พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ. ลงนามในบันทึกข้อความด่วนที่สุดไปยังผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทุกจังหวัด (พศจ.) โดยประสงค์ที่จะขอข้อมูลจากวัดทั่วประเทศที่มีการวางระบบเกี่ยวกับการจัดการด้านการเงินและบัญชีของวัด กรณีที่พระภิกษุสงฆ์มิต้องถือเงินสด แต่จะนำเงินเข้าบัญชีส่วนกลางของวัดทันที พร้อมขอให้ดำเนินการสำรวจข้อมูลโดยด่วน และหากพบว่าวัดใดมีการดำเนินการดังกล่าวขอให้สรุปข้อมูลทั้งหมดส่งมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติภายในวันนี้