วันนี้ (12 มิ.ย.61) เป็นเหตุการณ์โต้เถียงระวังนายวรกร พงศ์ธนากุล ประธานเครือข่ายทนายและประชาชนปกป้องพระพุทธศาสนา กับนายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ที่ลงมาเป็นตัวแทนรับหนังสือจากนายวรกร เพื่อสอบถามถึงกรณีออกหนังสือคำสั่งฉบับวันที่ 8 มิถุนายน 2561 ห้ามพระสงฆ์ถือเงินสด แต่ให้นำเงินที่ได้เข้าบัญชีวัดทันที
นายวรกร ระบุว่า การออกหนังสือคำสั่งดังกล่าวอาจไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะมองว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไม่มีอำนาจในการออกคำสั่ง แต่ทำหน้าที่แค่สนับสนุนงานด้านพระพุทธศาสนา ซึ่งการออกคำสั่งนี้ถือเป็นการละเมิดสิทธิของพระสงฆ์ และเรียกร้องให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาออกมาชี้แจงภายใน 5 วัน หากไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้องจะนำมวลชนมาขับไล่ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาออกจากตำแหน่ง
ด้านผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ชี้แจงว่าตัวเอง ตัวเองเป็นเพียงผู้ออกมารับหนังสือแทน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเท่านั้น แต่ไม่ใช่ผู้มีอำนาจตัดสิน ตามที่ร้องขอว่าต้องการให้ ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ออกมาชี้แจงภายใน 5 วัน
นอกจากนี้นายวรกร ได้ทวงถามความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด โดยอ้างว่ายังไม่มีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ผ่านมามีแต่ดำเนินคดีกับพระสงฆ์เท่านั้น พร้อมระบุว่า วันพรุ่งนี้จะเข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามให้ดำเนินคดีกับผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา ตามมาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเห็นว่า ยังไม่พบการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีความเชื่อมโยงไปถึง โดยเรื่องนี้พลตำรวจตรีไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม ระบุว่า ตำรวจไม่ได้ห้ามเคลื่อนไหว และกองปราบปรามมีหน้าที่รับเรื่องราวร้องทุกข์อยู่แล้ว
การดำเนินคดีเงินอุดหนุนวัด ซึ่งถูกขยายผลไปถึงวัดดังหลายแห่ง จนล่าสุดเริ่มมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มที่สนับสนุนวัดเหล่านี้ ส่งข้อความทางสื่อออนไลน์ โดยอ้างว่า พระชั้นผู้ใหญ่ถูกกลั่นแกล้งด้วยเหตุผลทางการเมืองและศาสนา
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุถึง การเคลื่อนไหวในสื่อออนไลน์ ที่กล่าวหาว่ารัฐบาลกลั่นแกล้งทางการเมืองและทางศาสนา โดยระบุว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งพระไม่สมควรนำมาเคลื่อนไหว จึงขอให้สังคมพิจารณาให้ดี ไม่ให้เกิดความขัดแย้งบานปลาย ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ความเคลื่อนไหวนี้ เป็นเพียงการปลุกระดม ซึ่งไม่ส่งผลอะไร เพราะรัฐบาล ไม่ได้ทำอะไรพระ เป็นเรื่องที่พระทำกันเอง
ด้านนายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า การดำเนินคดีกับพระและวัดต่างๆ เจ้าหน้าที่ทำคดีและสืบสวนมานานแล้ว ซึ่งตรวจสอบการทุจริตตามกฎหมาย ไม่มีเจตนาเพื่อกลั่นแกล้งใคร พร้อมระบุว่า การปลุกระดม อยู่ในความดูแลของฝ่ายความมั่นคง และเชื่อว่าจะไม่เป็นผล เพราะการตรวจสอบเป็นไปตามหลักฐานที่ถูกต้อง
นายสุวพันธ์ ยังยกตัวอย่างกรณี ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีหนังสือด่วนที่สุด ให้สำนักพุทธฯทุกจังหวัด รายงานข้อมูลการวางระบบเกี่ยวกับการจัดการด้านการเงินและบัญชีของวัด กรณีพระภิกษุสงฆ์ไม่ต้อถือเงินสด แต่จะนำเงินเข้าบัญชีกลางของวัดทันทีที่ได้รับ และถูกโจมตีว่ารัฐบาลจะไปยึดเงินวัด โดยระบุว่า เป็นเพียงเจตนาที่จะขอข้อมูล เพราะมีวัดที่จัดระบบได้ดี และน่าจะใช้เป็นตัวอย่างได้ ส่วนการดำเนินคดีเงินทอนวัด ขั้นตอนต่อไป นายสุวพันธ์ เข้าใจว่า ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ และมีข่าวว่า อาจะดำเนินการอีกกับบางวัดในบางพื้นที่