วันนี้ (16 มิ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายค้นเข้าตรวจบ้านนางแสงระวี ซึ่งเป็นบ้านทาวเฮาส์ 2 ชั้น ภายในรัชดาซอย 3 เขตดินแดง กทม. จากนั้นเวลา 13.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจและคุณหมอ เปิดเผยหลังเข้าตรวจบ้านนางแสงระวี ว่า ภายในบ้านพบมีสุนัขอยู่ประมาณ 30 ตัว สภาพทั่วไปของสุนัขปกติ ไม่มีสุนัขอ้วน หรือ ผอมเกินไป แต่สภาพที่อยู่ค่อนข้างแออัด โดยมีสุนัขที่มีแผลอยู่ 2 ตัว ซึ่งทางอาสาสมัครขององค์กร วอทช์ด็อกไทยแลนด์ ได้นำไปทำแผล โดยแผลดังกล่าวเกิดจากการตัดขนพลาดไปโดนผิวของสุนัข ทั้งนี้ภาพรวมไม่เข้าข่ายเรื่องของการทารุณกรรม แต่อาจเข้าข่ายเรื่องสวัสดิภาพสัตว์และการควบคุมโรค ส่วนวัคซีนที่ไม่ได้ฉีดพิษสุนัขบ้าอาจฟ้องศาลในส่วนนี้ ส่วนเจ้าหน้าที่เขตดินแดง จะร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่เขตดินแดง เพื่อให้ดำเนินการต่อไป
สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ (15 มิ.ย.61) อาสาสมัครขององค์กร วอทช์ด็อกไทยแลนด์ พยายามเข้าเจรจากับผู้อยู่อาศัยภายในบ้านทาวเฮาส์ 2 ชั้น ภายในรัชดาซอย 3 เขตดินแดง กทม. เพื่อขออนุญาตนำสุนัข ที่ถูกเลี้ยงขังกรงไว้ในบ้านเป็นจำนวนมากออกมา เนื่องจากเห็นว่ามีการเลี้ยงที่ไม่ถูกสุขลักษณะ จากนั้นเจ้าของบ้าน คือ นางแสงระวี เดินทางกลับบ้านพอดี จึงได้สอบถามถึงเรื่องดังกล่าว เธอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และจะไม่ยอมส่งสุนัขให้ทางกลุ่ม วอทช์ด็อกไทยแลนด์ ดูแล เนื่องจากเชื่อว่าตัวเองสามารถดูแลได้ดีกว่า ส่วนประเด็นที่ในโลกโซเชียลระบุว่า ตนได้ สตาฟ สุนัขที่ตายไปแล้วนำมาไว้หน้าบ้าน นางแสงระวี ยอมรับว่าทำจริงเนื่องจากเป็นหมาตัวแรกและรักมากแต่ถูกเพื่อนบ้าน กลั่นแกล้งจนสุนัขตาย
อ่านข่าว : เพื่อนบ้านโร่แจ้งความ ป้าขังสุนัขในบ้านกว่า 50 ตัว ค้านไม่ให้นำออก