เสียงปี่กลองที่บรรเลงประกอบการร่ายรำของนางรำ และตัวแสดงต่าง ๆ ของคณะ “มโนราห์ ภัทฐ์ วัธจร วิกร อัญชัญ มณีโชติ” ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์และมนต์ขลัง ดึงดูดให้ผู้ที่มาเที่ยวชมงาน “หลาดหน้าพระธาตุ” ในเมืองนครศรีธรรมราช ล้อมวงเข้ามาชมการแสดงได้อย่างไม่ยากเย็น
แต่ที่สร้างความสงสัยใคร่รู้ คือ ครกตำข้าวใบใหญ่ น้ำหนักกว่า 50 กิโลกรัม ซึ่งวางอยู่คู่กับเรือแจวที่ทำจากไม้ น้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม ทั้งสองสิ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในพิธีกรรมบูชาครูหมอมโนราห์ เป็นศิลปการแสดงแขนงหนึ่งของมโนราห์ที่เรียกว่า “มโนราห์แผลงฤทธิ์”
ตัวแสดงหลักร่ายรำทำพิธีที่ครกตำข้าว และเรือไม้ จากนั้นจึงใช้ปากคาบครกใบใหญ่ขึ้นจากพื้นแต่ยังคงร่ายรำไปตามจังหวะและท่วงทำนองเสียงปี่กลอง แต่ที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมคือการใช้ปากกัดเกลียวผ้าแล้วยกเรือขึ้นมาทั้งลำ
มโนราห์แผลงฤทธิ์ คาบครก คาบเรือ เป็นศาสตร์และศิลป์โบราณอันเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้ สะท้อนความเชื่อ ความศรัทธาใน “ครูหมอมโนราห์” หรือ “เทพมโนราห์” ผู้คอยปกป้องผู้แสดงมโนราห์และสืบทอดต่อกันมาตามสายเลือดนับร้อยปี
นอกจากการคาบเรือ คาบครก แล้ว ยังมีมโนราห์แผลงฤทธิ์อีกหลายรูปแบบ เช่น มโนราห์ม้วนตัวในถาดวงกลม นโนราห์ม้วนตัวพันรอบคานหาบ ซึ่งศาสตร์การแสดงโบราณแขนงนี้นับวันจะค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา