ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงแรงงาน และตัวแทนจากภาคเอกชน และภาคการศึกษา เกี่ยวกับการว่างงานของบัณฑิตจบใหม่ เนื่องจากในปีการศึกษา 2560 ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา รายงานว่ามีผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี 340,000 คน แต่กลับพบว่าในจำนวนนี้ ยังไม่มีงานทำมากถึง 170,000 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่เรียนสายสังคมมากถึง 70 % โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากค่านิยมเปลี่ยนงานบ่อย วุฒิการศึกษาไม่ตรงกับสายงาน และมีบางส่วนเรียนต่อ
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นแทบจะทุกปี ทำให้ต้องกำหนดแนวทางแก้ปัญหา ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยระยะสั้น จะตั้งศูนย์ One stop service ทุกภาค 11 แห่ง เพื่อรวบรวมข้อมูลการว่างงาน แนะแนวการหางาน และฝึกทักษะ เพื่อให้สอดรับกับความต้องการในตลาดแรงงาน โดยมีกรมการจัดหางาน และกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นเจ้าภาพ โดยสั่งตั้งศูนย์ภายใน 1 กรกฎาคมนี้
ส่วนระยะยาว จะต้องอาศัยความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาลัย ในการปรับหลักสูตรการสอน อัตราการรับนักศึกษาในหลักสูตรต่างๆ ให้ตรงกับตลาดแรงงาน เพิ่มทักษะความสามารถการทำงานและเพิ่มการฝึกงานร่วมภาคเอกชน เพื่อให้นักศึกษามีความพร้อมทำงานหลังเรียนจบ
ขณะที่ภาคเอกชน สะท้อนว่า การรับนักศึกษาจบใหม่เข้าทำงาน บริษัทมักจะเจอปัญหาทักษะการทำงานและความอดทนต่อการทำงานในระยะยาว รวมไปถึงการเรียกเงินเดือนสูงกว่าประสบการณ์และทักษะ ทำให้ปัจจุบันมีสถานประกอบการไม่ถึง 5% ที่รับเด็กจบใหม่ โดยเสนอว่า นอกจากการเพิ่มทักษะความสามารถให้พร้อมต่อการทำงาน จะต้องมีการปรับทัศนคติให้กับคนรุ่นใหม่ด้วย