กระแสการดูดส.ส.ภาคอีสานไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ถูกจับตาและให้ความสำคัญมากขึ้น เมื่อนายสมศักดิ์ เทพสุทินและนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เปิดตัวกลุ่ม สามมิตร เดินสายพูดคุยกับอดีตส.ส.และนักการเมืองสอบตกจากภาคอีสาน ไปรวมพรรคการเมืองใหม่ที่เชื่อกันว่า คือ พรรคพลังประชารัฐ แม้วันนี้จะยังไม่มีความชัดเจนอย่างเป็นทางการ แต่นายชวน ชูจันทร์ ผู้ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ เปิดใจกับพีพีทีวีว่า เบื้องต้นอุดมการณ์ของพรรคตรงกับส.ส.กลุ่มนี้ จึงเป็นเหตุผลให้อยู่ในเป้าหมายที่จะร่วมงานกัน
กว่า 3 เดือนที่พรรคพลังประชารัฐขอจดแจ้งชื่อพรรคการเมืองกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการจัดประชุมพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค มีเพียงนายชวน ชูจันทร์ คนเดียวที่เปิดตัวชัดเจนว่าเป็นผู้ก่อตั้งพรรค แต่กระแสที่ถูกพูดถึงต่อเนื่อง คือ ในอนาคตนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม จะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตรงกับข้อมูลที่นายชวนคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้สูง
ขณะที่การเดินสายหาแนวร่วม อดีต ส.ส.ของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ภายใต้ชื่อกลุ่มสามมิตร ในความเห็นของนายชวนเชื่อว่า เป็นขั้นตอนรวบรวมคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน พร้อมยืนยันว่า เป้าหมายการเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องการได้ ส.ส. เกิน 25 ที่นั่ง เพื่อให้สามารถเสนอชื่อ นายกรัฐมนตรี ได้ตามกฎหมาย
สำหรับอดีตส.ส. และ นักการเมืองที่ถูกดึงเข้ากลุ่มสามมิตร เฉพาะที่ปรากฎรายชื่อออกมาแล้วชัดเจนว่า นอกจากจะเป็นอดีตส.ส.ในเครือข่ายของนายทักษิณ ชินวัตร ทั้งจากพรรคไทยรักไทย พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา ยังมีอดีตนักการเมืองสอบตกอีกด้วย
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้คาดการณ์ว่า ระบบการเลือกตั้งในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกออกแบบให้ทุกคะแนนเสียงมีค่า หมายความว่า คะแนนจากการเลือกตั้งแบบเขตนอกจากจะกำหนดผู้ชนะของเขตนั้นแล้ว ยังจะถูกนำมารวมกันทั่วประเทศ เพื่อคิดเป็นที่นั่งให้ส.ส.บัญชีรายชื่ออีกด้วย
ยกตัวอย่าง ผลคะแนนการเลือกตั้งปี 2554 ของอดีตส.ส.ภาคอีสาน 4 คน ที่แม้แพ้การเลือกตั้ง แต่ล้วนได้คะแนนสูงในหลักหมื่น เช่น นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.จังหวัดขอนแก่น นายสุริยะ ร่วมพัฒนา อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.จังหวัดสุรินทร์ นายภิรมย์ พลวิเศษ อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.จังหวัดนครราชสีมา และนายวิทยา ภูมิเหล้าแจ้ง อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้ง 4 คนนี้เป็นส่วนหนึ่งของอดีตส.ส.ที่มีกระแสข่าวว่ากำลังจะย้ายไปอยู่กับกลุ่มสามมิตร และไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐในที่สุด
แม้การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ทั้ง 4 คนนี้อาจไม่ชนะการเลือกตั้งเช่นเดิม แต่คะแนนเสียงทั้งหมดไม่ว่าจะชนะหรือแพ้จะถูกนำไปคิดรวม เพื่อเปลี่ยนเป็นเก้าอี้ของส.ส.บัญชีรายชื่อได้ นักรัฐศาสตร์คาดการณ์ว่า 70,000 คะแนนเสียง จะสามารถเปลี่ยนเป็น 1 ที่นั่งในสภาได้
ปรากฎการณ์ดูดอดีตส.ส.และนักการเมือง โดยเฉพาะในเครือข่ายของนายทักษิณ ชินวัตร นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี หนึ่งในแกนนำพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่า พรรคได้รับผลกระทบระดับหนึ่ง และจากกระแสข่าวที่ได้รับข้อมูลมา มีกระบวนการเสนอผลประโยชน์ และการเจรจาต่อรองให้ ส.ส.กลุ่มนี้บางส่วนออกจากพรรคเพื่อไทย โดยใช้คดีความและเงินมาต่อรองเป็นเงื่อนไข
ทีมข่าวพีพีทีวี ตรวจสอบข้อมูลคดีความ พบว่า นักการเมืองหลายคนที่มีรายชื่อว่าจะย้ายไปสังกัดพลังประชารัฐมีคดีความค้างเก่าอยู่ เช่น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตร มีคดีที่ถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบในการจัดซื้อจัดจ้าง กรณีติดสินบนโรลส์-รอยซ์ แม้ก่อนหน้านี้จะถูกป.ป.ช.เรียกเข้าพบเพื่อไต่สวนชี้มูลความผิด แต่จนถึงปัจจุบันคดีความยังอยู่ระหว่างไต่สวนข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐาน
ส่วนนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีตส.ส.จังหวัดเลย มีคดีจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางการเมืองปี 2548-2553 ที่ถูกกล่าวหาว่าดำเนินการโดยมิชอบ สถานะคดีล่าสุดอยู่ระหว่างการส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการของป.ป.ช.พิจารณา รวมถึงมีคดีออกกฎหมายนิรโทษกรรมในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างไต่สวนข้อเท็จจริงของป.ป.ช.เช่นเดียวกัน