วันนี้ ( 10 ก.ค.61) ดร.ทรงธรรม สุขสว่าง ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวี ว่า หลังจากภารกิจการช่วยเหลือ 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำหลวงได้แล้ว แต่หน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังไม่จบ เพราะต้องมีการจัดการปรับปรุงดำเนินการอีกหลายเรื่อง เช่น การแบ่งเขตบริหารการจัดการที่ตอนนี้ที่ทำไว้อาจไม่มีความชัดเจนมาก การจัดอัตรากำลังให้เจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติงาน มีการจัดตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ขณะที่มีคนเสนอว่าให้ปรับปรุงตั้งแต่ทางเข้าถ้ำ ตั้งแต่ถนนทางเข้า จนมาเจอศูนย์บริการนักท่องเที่ยว แล้วจะเจออนุสาวรีย์ของจ่าเอกสมาน กุนัน หรือ “จ่าแซม” และอนุสาวรีย์แห่งความทรงจำของผู้คนทุกฝ่ายที่มาร่วมกันปฏิบัติการช่วยเหลือด้วยกัน และมีเรื่องราวของทั้ง 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง เมื่อเดินเข้าไปในถ้ำ ที่มีการหารือกันแล้วจะมีการติดกล้องวงจรปิด ปรับปรุงพัฒนาระบบไฟส่องสว่าง มีระบบการช่วยเหลือฉุกเฉิน กำลังจุดส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือสิ่งเหล่านี้ต้องทำให้ครบ ให้เป็นมาตรฐานโลก มีการติดตั้งระบบป้ายสื่อความหมาย และมีการติดตั้งมาตรวัดน้ำเพื่อแจ้งเตือน ซึ่งถ้ำอื่นๆ ในอุทยานแห่งชาติมีอยู่ 109 ถ้ำ และถ้ำที่อยู่ในวนอุทยานแบบถ้ำหลวงอีก 66 แห่ง ที่ผ่านมาก็มีการปรับปรุง แต่ต้องยอมรับว่า วนอุทยานจะได้รับงบประมาณน้อยหน่อยทำให้การปรับปรุงซ่อมแซมไม่เพียงพออาจจะยังไม่เรียบร้อยก็เลยทำให้การดำเนินการอาจจะยังไม่เรียบร้อย
หลังจากนี้ก็ทำวิกฤตให้เป็นโอกาสโดยถ้ำหลวงมีหลายกระแสบอกว่าจะมีนักท่องเที่ยวระดับโลกมาเที่ยว ทางรัฐบาลเองจึงมีการสั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ต้องมีแผนฟื้นฟู แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แล้วต้องมีคู่มือการจัดการถ้ำเพื่อการท่องเที่ยว และจะมีการต่อยอดข้อมูลกับนักสำรวจถ้ำชาวต่างชาติ
“ถ้ำหลวงจะทำเป็นต้นแบบของถ้ำในประเทศไทย ว่าก่อนเข้าถ้ำต้องมีการลงทะเบียน ให้ความรู้ก่อนเข้าถ้ำ จะเดินเข้าถ้ำต้องมีการเตรียมตัวอย่างไร ต้องมีไกด์นำทาง วันนี้ท่านรัฐมนตรีห้ามมาแล้วว่าพื้นที่บางแห่งถ้าเจ้าหน้าที่ยังเข้าไปไม่ถึงจะไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าเด็ดขาด”
ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ บอกว่า จะมีบางถ้ำเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้า บางถ้ำก็จะไม่เปิดให้มีการท่องเที่ยวไว้เฉพาะการศึกษาวิจัย ซึ่งจะมีความหลากหลายทางชีวภาพอยู่ ถ้ำหลวงก็ถือว่าเป็นถ้ำที่มีพลังงานสูง หมายความว่ามีการไหลเวียนของอากาศ มีการไหลเวียนของน้ำ มีสิ่งมีชีวิตที่ยังมีอยู่เยอะ โดยหลังจากนี้ถ้ำหลวงจะเป็นต้นแบบ แต่อย่างแรกต้องแก้ไขในสิ่งที่เราไปปรับปรุงทางน้ำ เบี่ยงทางน้ำไว้ หรือที่เราสูบน้ำออก ส่วนเหล่านี้ต้องรอหลังจากหน้าฝนนี้ผ่านไป ซึ่งตอนนี้เราไม่ให้ใครเข้าแล้ว ว่าสภาพนั้นจะสามารถฟื้นคืนมาเหมือนเดิมได้แค่ไหน และสิ่งที่สำคัญคือเรื่องสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงนั้นส่งผลต่อสิ่งที่ดำรงชีวิตอยู่ในถ้ำทั้งนั้น ฉะนั้นเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราต้องคำนึงถึง