วันนี้(16 ก.ค.61) นรินทร ณ บางช้าง หรือ คุณเอ๋ จิตอาสาที่ไปช่วย 13 ชีวิตถ้ำหลวง และเป็นผู้ประสานงานทีมนักดำน้ำถ้ำ และ อุปกรณ์ในการดำน้ำมาสมทบให้กับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติภารกิจกู้ภัยที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ตลอด 18 วัน เปิดเผยในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวว่า รู้สึกดีใจมาก และคิดว่ามันคงเป็นความรู้สึกเดียวกันของคนทั้งประเทศ และอาจจะทั่วโลกที่มีความสุขหลังได้รับข่าวดี ว่าเด็กๆทั้ง 13 คนปลอดภัย และสามารถนำออกจากถ้ำมาได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งเกิดจากความร่วมแรงร่วมใจกันของคนจากทั่วโลก
หากย้อนไปในวันแรกที่มีข่าวเรื่องนี้ ในตอนนั้นตนเองยังไม่ทราบว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น จนกระทั่งเช้าวันจันทร์ที่ 25 เมื่อเห็นข่าว คุณพ่อและคุณแม่ของคุณช้าง ซึ่งเป็นผู้ช่วยของตนเอง ได้โทรมาเพราะทราบอยู่แล้วว่าคุณเป้ “เรืองฤทธิ์ ช้างขวัญยืน” ที่เป็นน้องชายของคุณช้าง มีงานอดิเรก คือ การเป็นครูสอนดำน้ำ เป็นนักดำน้ำถ้ำด้วย เพียงแต่ว่า ตั้งแต่กลับมาเมืองไทยยังไม่ได้ดำถ้ำเลย
โดยเมื่อได้โทรศัพท์พูดคุยกัน ว่าเราน่าจะช่วยอะไรเขาได้ เพราะคุณเป้มีทั้งอุปกรณ์และมีทั้งเพื่อน เราก็เลยรีบติดต่อไปในทันที พยายามที่จะติดต่อนายณรงศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย(ในขณะนั้น) รองผู้ว่าฯ ซึ่งทุกคนก็อยู่ระหว่างประชุมและประสานงานในเรื่องต่างๆอยู่ จนกระทั่งประมาณ 4 โมงเย็นของวันนั้น มีผู้รับสายแต่จำไม่ได้ว่าเป็นท่านใด จึงได้อธิบายให้เขาฟัง คือ ทางเรามีทีมที่จะเอาไปช่วย
วันแรกที่เอาไปก็มีหน้ากากดำน้ำแบบเต็มใบ และอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับการใช้ดำน้ำในถ้ำ ซึ่งคุณเป้มีอุปกรณ์ในส่วนนี้ และมีคอนเนคชั่นในการประสานงานทีมดำน้ำถ้ำมาร่วมภารกิจ ซึ่งในประเทศไทยแม้จะมีนักดำน้ำโดยทั่วไปจำนวนมาก และสำหรับนักดำน้ำถ้ำนั้นถือว่ามีอยู่น้อยมาก วันแรกเราไปกันทั้งหมด 3 คน คือ มีตนเอง คุณช้าง และคุณเป้
โดยทางผู้ที่รับสายโทรศัพท์ได้สอบถามว่า หน้ากากแบบเต็มใบสามารถใช้งานได้อย่างไร จึงได้อธิบายไปว่า เด็กสามารถหายใจได้ตามปกติ ทางจมูก ไม่ต้องไปเรียนดำน้ำ ทางปลายสายบอกว่าถือเป็นข่าวดีมากเลย ซึ่งทางทีมงานก็เดินทางทันทีในคืนวันนั้น จนเช้าในวันรุ่งขึ้นได้เข้าร่วมประชุมกับทุกหน่วยงาน ได้มีการแนะนำให้รู้จักกับ พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผบ.หน่วยซีล ซึ่งเมื่อได้มีการพูดคุยกัน ทาง ผบ.หน่วยซีลได้อธิบายลักษณะทางกายภาพของถ้ำให้ทางทีมงานได้รับฟัง หลังจากนั้นคุณเป้ได้บอกกับทาง ผบ.หน่วยซีลว่า มีอุปกรณ์ที่ช่วย ให้หน่วยงานทำงานได้สะดวก และเร็วขึ้น จึงได้นำอุปกรณ์สำหรับใส่ถังออกซิเจนได้ทีละหลายถัง โดยที่มือยังสามารถจับเชือกได้ตามปกติ ผบ.หน่วยซีลจึงได้พาคุณเป้ลงไปในถ้ำทันที
ต่อมาได้มีทีมมาสมทบรวมทั้งหมด 16 คน แบ่งการทำงาน คือประสานงานหน้าถ้ำ ประสานงานในถ้ำ และทีมนักดำน้ำถ้ำจากนานาชาติ ซึ่งทางทีมงานก็ได้มีการรับบริจาคอุปกรณ์สำหรับการใช้งานต่างๆอาทิ ถุงมือดำน้ำ และอุปกรณ์อื่นๆที่จำเป็นในการปฏิบัติภารกิจ
ส่วนถ้าถามว่าช่วงที่วิกฤตที่สุดในการปฏิบัติภารกิจ ก็คงเป็นช่วงที่น้ำท่วมมาถึงโถง 3 และถึงปากถ้ำ มันต้องถอยหลังมา เริ่มปฏิบัติตั้งแต่หน้าถ้ำใหม่อีกครั้ง แต่ด้วยเพราะการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้มีผู้นำที่ดีอย่าง นายณรงค์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการเหตุการณ์ ที่มีการตัดสินใจที่เด็ดขาด สามารถนำทุกคนจนสามารถปฏิบัติภารกิจสำเร็จ และทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ทุกอย่างจึงผ่านมาได้ และสำเร็จลุล่วงด้วยดี ซึ่งทีมงานของเราก็อยู่ช่วยภารกิจจนวินาทีสุดท้าย
ชมคลิปที่นี่ : “เอ๋ นรินทร” ยก “ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์” ข้าราชการตัวอย่าง “ลุยงาน - ไม่ชี้นิ้วสั่ง – ให้เกียรติทีม”จนภารกิจสำเร็จ