Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

"ซีแนม" ฟ้อง "ดิว อริสรา" ผิดสัญญาร้านทำเล็บ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ดิว อริสรา" ขึ้นศาลแพ่ง หลัง "ซีแนม" ฟ้องผิดสัญญาเรียกเงินลงทุนร้านทำเล็บคืน ต่างฝ่ายยันพร้อมเจรจาและไกล่เกลี่ยอีกครั้งวันที่ 24 สิงหาคม นี้

วานนี้  (17 ก.ค.61) ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง ศาลนัดชี้สองสถานและสืบพยานโจทก์ ที่ น.ส.นิชานันท์ หรือซีแนม งามสกุลรุ่งโรจน์ นักร้อง พร้อมพวกรวม 2 คน ยื่นฟ้อง น.ส.อริสรา หรือดิว ทองบริสุทธิ์ นักแสดงเซเลบ ชื่อดัง เป็นจำเลย เรื่องผิดสัญญา เรียกค่าเสียหายพร้อมคืนเงิน ภายหลังจากที่ทั้ง 2 ฝ่ายร่วมลงทุนกันเปิดร้านทำเล็บ แต่ไม่สามารถเปิดได้ โดยคดีดังกล่าวเป็นการนัดสืบพยานครั้งแรก และเห็นว่าคดีน่าจะสามารถเจราจายอมความกันได้ จึงนัดไกล่เกลี่ยอีกครั้งในวันที่ 24 สิงหาคม 2561 นี้

 น.ส.นิชานันท์ หรือซีแนม ที่เดินทางมาพร้อมกับทนายความ กล่าวว่า ทางด้านตนเองพร้อมที่จะเจรจาและไกล่เกลี่ยอยู่แล้ว ไม่คิดที่จะฟ้องร้อง โดยทางคู่กรณีได้เดินทางมาด้วยตัวเอง ซึ่งคู่กรณียื่นคำให้การและศาลนัดที่จะไกล่เกลี่ยในวันที่ 24 สิงหาคม

 สำหรับตนเองคิดว่าเรื่องราวไม่ควรมาถึงขนาดนี้ ควรจะคุยกันได้ตั้งแต่หลายเดือนที่แล้ว แต่ในเมื่อคุยกันไม่ได้ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ส่วนเรื่องที่โพสต์ในไอจี ตนเองไม่ได้บอกว่าเป็นใคร แต่คู่กรณีเดินทางมาเอง จริงแล้วอยากให้น้องมาคุยกันตั้งแต่แรก เพราะคนในวงการเดียวกัน ตอนแรกเริ่มที่จะทำธุรกิจก็ตกลงกันด้วยใจ เวลาจะจบก็อยากให้จบด้วยใจ

ด้าน น.ส.อริสรา หรือดิว ซึ่งเดินทางมาพร้อมทนายความเช่นกัน เปิดเผยว่า ที่มาศาลเพราะ แสดงความบริสุทธิ์ใจ ที่ผ่านมาไม่ได้ออกมาพูดเพราะกลัวว่าจะมีเรื่องราวอื่นตามมา จึงอยากที่จะให้เข้าสู่กระบวนการศาลก่อนถึงจะออกมาพูด ในส่วนที่ยังไม่มีการคืนเงินให้กับหุ้นส่วนเพราะว่ามันยังติดอีกคดีหนึ่ง ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล

สำหรับเรื่องดังกล่าวเกิดจากตนพร้อมพวกรวม 5 คนได้หุ้นกันเปิดร้าน แต่มีปัญหาเรื่องสถานที่ คือเจ้าของสถานที่ไม่ยอมส่งมอบให้ ทำให้ไม่สามารถเปิดร้านได้ ซึ่งอยู่ในระหว่างฟ้องร้องดำเนินคดี ตนจึงยังไม่ได้คืนเงินให้ เพราะอยากให้เรื่องดังกล่าวจบลงก่อน

ซึ่งหุ้นส่วนอีก 2 คนหนึ่งในนั้นคือหนูนา หนึ่งธิดา ก็เข้าใจ ซึ่งตนเองไม่ได้มีเจตนาที่จะไม่คืนเงิน เพราะตนเองถือหุ้นกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ของเงินที่ลงทุนไปทั้งหมด คิดเป็นเงินประมาณ 1 ล้านกว่าบาท ก็ถือว่าเยอะ ซึ่งแตกต่างจากคู่กรณีที่ลงคนละ 10 เปอร์เซ็นต์หรือประมาณ 2 แสน ซึ่งต้องเห็นใจตนบ้าง ถ้าตนถือหุ้นเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ตนก็คงจะไม่อะไร เพราะไม่อยากมานั่งเสียเวลาฟ้องร้องเหมือนกัน ในขณะเดียวกันตอนแรกที่ตกลงที่จะทำธุรกิจกัน มันควรจะเป็นไปตามสัดส่วนของการถือหุ้น 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ