จิตแพทย์ แนะ ควรถาม “ทีมหมูป่า” ในเชิงบวกอย่างสร้างสรรค์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

วันนี้เป็นวันที่ สมาชิกทีมหมูป่าอะคาเดมี่ทั้ง 13 คน จะตอบคำถามแก่สื่อมวลชนเป็นครั้งแรก ก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติที่บ้าน ซึ่งแน่นอนว่ามีหลายคนอยากทราบว่าก่อนหน้านี้ พวกเขาใช้ชีวิตอย่างไรภายในถ้ำหลวง และเมื่อออกมาได้แล้วจะใช้ชีวิตอย่างไร รวมทั้งควรตั้งคำถามอย่างไรกับทีมหมูป่าถึงจะไม่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเด็กๆ

ผศ.พญ.ศุภรา เชาว์ปรีชา อาจารย์ประจำภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เปิดเผยในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวว่า สิ่งที่คนในสังคมเป็นกังวล คือ สมาชิกทีมหมูป่าทั้ง 13 คน จะสามารถใช้ชีวิตปกติได้ไหม กลัวว่าเรื่องราวร้ายๆจะฝังอยู่ในความรู้สึก อย่างเช่นกรณีอื่นๆ ทหารที่ผ่านศึกสงคราม หรือ ผู้ที่เคยผ่านอุบัติเหตุร้ายแรง ที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์กับความเป็นความตาย ภาพเหล่านี้จะไม่คลายไปง่ายๆ จะเกิดภาวะหรือโรคตามมาได้ ก็คือโรคเครียดภายหลังจากภยันอันตราย

ในหลักการทางการแพทย์ มีเกณฑ์หลังเกิดเหตุ มีภาพวูบเข้ามาสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วง 2-3 วัน แต่อาการนี้จะคงค้างไม่เกิน 1 เดือน ส่วนคนที่มีโอกาสจะเป็นโรค คือ ผ่านมา 1 เดือนยังเป็นอยู่ หรือบางคนช่วงแรกไม่เป็น ตอนหลังอาจจะเป็นก็ได้

สาเหตุการเกิดโรค ผู้ที่เผชิญเหตุการณ์มาเหมือนกัน ทุกคนไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นโรคทั้งหมด ขึ้นอยู่กับความเปราะบาง หรือความรู้สึกของสภาวะในขณะนั้นที่เขาได้เผชิญกับเรื่องราว และมีคนมากระทุ้งถาม ถูกกระตุ้นให้ยังรู้สึกอยู่อย่างนั้นซ้ำๆ บางทีคำถามเดียวกัน บางคนถูกกระตุ้น แต่บางคนกลับไม่เป็นกระตุ้น ยกตัวอย่างการกระตุ้นเช่น ช่วยเล่าให้เห็นภาพหน่อยได้ไหม เขาจะนึกถึงภาพตอนนั้น และจะเป็นการกระตุ้นความทรงจำ เพราะสมองช่วงที่เกิดภยันอันตราย เขาจะไม่เหมือนปกติ สมองเขาจะสั่งให้จะสู้ เขาจะพยายามให้ตัวเองรอด พอคนทักเมื่อไหร่ เขาจะรู้สึกทันที ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพจิต เหมือนเวลาที่เรากลัว เรากังวล เราจะทุกข์ทรมาน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเด็กๆสมาชิกทีมหมูป่า แต่หมายถึงทุกคนที่เจอเหตุการณ์รุนแรง บางคนอาจเป็นโรคซึมเศร้า มีความก้าวร้าวตามมาภายหลัง ยกตัวอย่างเหตุการณ์สึนามิ บางคนก็ยังอยู่ในภาวะโรคซึมเศร้า พอนึกถึงก็จะร้องไห้ บางคนโทษโชคชะตา โทษตัวเอง เพราะรู้สึกไม่เหมือนเดิมแล้ว

ยกตัวอย่างโค้ชเอก ที่หลายคนมีความกังวลว่าเขาอาจจะรู้สึกลงโทษตัวเอง ฉันไม่น่าทำแบบนี้ วันนั้นทำไมไม่ทำแบบนั้น อาจมีความรู้สึกผิด ที่ต้องรับผิดชอบลูกของพ่อแม่หลายคน ซึ่งก็ต้องสังเกตว่าสุขภาพจิตเป็นอย่างไร

โดยบุคคลทั่วไปถ้าเกิดโรคเครียดภายหลังจากภยันอันตราย ซึ่งถ้าเป็นมาก ก็ช่วยเหลือเยียวยาโดยการให้ยา กระบวนการทางจิตบำบัด บำบัดโรคทางจิตเวช แต่ภาวะทางสังคม ทางกาย ก็ต้องรู้สึกปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมไม่ได้ เราสามารถให้ข้อมูลกับคนใกล้ชิด ดูแลเขาอย่างเหมาะสม ก็จะเป็นเครื่องมือสำคัญ ให้เขาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ในเรื่องของคำถามที่จะถามกับเด็กๆสมาชิกทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ขึ้นอยู่กับเจตนา บางคนถามเพื่อตัวเอง เพื่อต้องการเอาคำตอบ ไม่ใช่ถามเพื่อตัวของเด็กๆ ควรจะปรับรูปแบบคำถามให้ดี คือ คำถามต้องมีการแสดงความเห็นใจ ให้กำลังใจ มีความรู้สึกด้านบวก สอดแทรกไประหว่างการถามคำถาม ยกตัวอย่างเช่น อาจต้องมีการพูดคุยกับเขาก่อนว่าเขาเก่ง เขาโอเค เขาเข้มแข็ง เขาผ่านเรื่องนี้มาได้อย่างไร ส่วนคำถามว่าเขาผ่านวินาทีนั้นได้อย่างไร ต้องค่อยๆถาม แต่อย่าไปเน้นเรื่องความมืด ความลำบากที่เกิดขึ้น ต้องสังเกตพฤติกรรมของเด็กๆขณะเล่า ต้องดูภาษากาย  ต้องให้เขาไม่ได้รับบาดแผลทางจิตใจเพิ่ม พยายามให้อยู่ในปัจจุบัน เป็นการสัมภาษณ์เชิงประคับประคอง

การให้ส่งคำถามให้นักจิตวิทยากรองคำถามก่อนนั้นถือว่าทำถูกแล้ว เพราะว่าจะได้ทั้งคำตอบ และก็ได้รักษาสิทธิของเด็กด้วย เพราะเด็กทั้ง 13 ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะพร้อมตอบ แต่บางคนอาจจะยังรู้สึกอยู่

นอกจากนี้ การที่เขาจะจดจำเรื่องราวแบบไหน เราไม่สามารถออกแบบได้ เราต้องให้เค้าเรียบเรียงประสบการณ์ เรื่องร้ายเกิดขึ้นจริง เรื่องดีก็เกิดขึ้นจริง ให้เขาจดจำได้ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปแล้ว มันไม่ใช่ความผิดของเขา มันเกิดด้วยความไม่ตั้งใจ

ด้าน นายคเณศ พงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ กล่าวถึงกรณีที่เด็กๆสมาชิกทีมหมูป่าทั้ง 13 คน จะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ว่า มีความกังวลในเรื่องของคนภายนอกในกรณีมีคนมาให้รางวัล กลัวการเอาเด็กออกนอกโรงเรียน จะทำให้เกิดภาวะที่ไม่เป็นปกติ ทุกภาคส่วนที่แม่สายมีความเป็นห่วง ซึ่งทางโรงเรียนก็ได้พูดคุยกับคณะครูและเพื่อนๆ แล้วเมื่อเด็กๆ กลับมาแล้วจะมีการรับขวัญ บายศรีสู่ขวัญ จะพยายามให้เขาลืมเรื่องนี้ ให้เขาเป็นเด็กปกติ ก่อนที่เขาจะประสบภัย จะไม่ให้คนอื่นมารบกวนพูดคุยเรื่องนี้ ส่วนเพื่อนๆนักเรียน ถ้าเป็นส่วนตัว เพื่อนสนิทก็เป็นเรื่องของเด็ก

ส่วนเรื่องการให้ทุน ต้องถามเด็กๆก่อน ว่าเด็กคิดยังไง หลายคนคิดแทนเขา รวมทั้งเรื่องการไปดูบอลที่ยุโรป จริงๆเด็กก็คงอยากไป ก็ต้องดูว่าเป็นไปได้ไหม หลายภาคส่วนก็คงต้องคุยกัน อยากให้ทุกอย่างเป็นปกติ ให้เขาเป็นปกติมากที่สุด

ชมคลิปที่นี่ : “ผอ.แม่สาย” วอนสังคมอย่าตอกย้ำ “เด็กติดถ้ำ” เพราะอยากให้เด็กกลับมาเป็นปกติเร็วที่สุด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ