อ่านข่าว: วิกฤต!! สปป.ลาว เขื่อนแตก กว่า 6,000 คนไร้บ้าน
เหตุเขื่อนแตกครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวานนี้ หลังเขื่อนดินย่อยส่วน D ซึ่งเป็น 1 ใน 5 เขื่อนย่อย ที่อยู่รอบๆ เขื่อนหลักเกิดรอยแตก เนื่องจากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้น้ำปริมาณไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านลูกบาศก์เมตร ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตสนามไชย ของแขวงอัตตะปือ อย่างรวดเร็ว คนส่วนใหญ่หนีไม่ทัน โดยคาดว่าจะมีผู้หายสูญหายหลายร้อยคน และเสียชีวิตอีกจำนวนมาก ขณะที่ประชาชนอีกกว่า 6,600 คน ไร้ที่อยู่อาศัย เพราะที่พักถูกน้ำพัดหายไปทั้งหลัง
ด้านนายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีของ สปป.ลาว ประกาศเลื่อนกำหนดการประชุมรัฐสภา ที่จะมีขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมสั่งให้รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง คอยติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด รวมถึงให้รัฐบาลกลางให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ขณะที่ทางการแขวงอัตตะปือได้ออกประกาศขอความช่วยเหลือและสิ่งของบรรเทาทุกข์จากทุกภาคส่วนอย่างเร่งด่วน เนื่องจากลำพังทางแขวงเองไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้มากนัก
ล่าสุด รัฐบาล สปป.ลาว ได้ประกาศให้เขตสนามไชยเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติระดับชาติแล้ว ขณะที่นายกรัฐมนตรีทองลุนได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนครอบครัวที่ได้รับผลกระทบในวันนี้ด้วย
สำหรับเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแห่งนี้ เป็นเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ ซึ่งยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง โดยเป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐบาลลาวและบริษัทต่างประเทศอีก 6 บริษัท ซึ่งรวมถึงบริษัทไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ของไทย ด้วยเงินลงทุน 1,200 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้ และจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ราว 410 เมกะวัตต์ และ 90 เปอร์เซ็นต์ของไฟฟ้าที่ผลิตได้ จะส่งมาขายให้กับไทย ที่เหลืออีก 10 เปอร์เซ็นต์ ทางลาวจะเก็บไว้ใช้เอง โดยจะเริ่มดำเนินการในต้นปี 2019
ที่ผ่านมา การก่อสร้างเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ถูกวิจารณ์ในทางลบ เนื่องจากจะกั้นขวางกระแสน้ำในแม่น้ำโขง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในแม่น้ำและพื้นที่ไกล้เคียง โดยสัตว์และพืชบางชนิดอาจถึงขั้นสูญพันธุ์ไปได้
ล่าสุด เฟซบุ๊กเพจเวียงจันทน์ไทมส์ รายงานว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลลาวได้ลงพื้นที่เพื่อสั่งการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบอุทกภัย ขณะเดียวกันปริมาณน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เพราะต้องมีการปล่อยน้ำออกมาจากเขื่อนเพื่อป้องการเขื่อนเสียหายเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่จากแขวงอัตตะปือยังเปิดเผยกับเวียงจันทน์ไทมส์ ด้วยว่า ขณะนี้สิ่งที่เป็นที่ต้องการอย่างยิ่งคือเรือจำนวนมาก เพื่อใช้ในปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย