เหตุเขื่อนแตกครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวานนี้ หลังเขื่อนดินย่อยส่วน D ซึ่งเป็น 1 ใน 5 เขื่อนย่อย ที่อยู่รอบๆ เขื่อนหลักเกิดรอยแตก เนื่องจากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้น้ำปริมาณไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านลูกบาศก์เมตร ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนใน 7 หมู่บ้านของเขตสนามไชย แขวงอัตตะปือ อย่างรวดเร็ว คนส่วนใหญ่หนีไม่ทัน
จนถึงขณะนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 20 คน สูญหายอีกไม่ต่ำกว่า 100 คน ขณะที่ประชาชนอีกกว่า 6,600 คน ไร้ที่อยู่อาศัย เพราะที่พักถูกน้ำพัดหายไปทั้งหลัง และบางส่วนปักหลักรอความช่วยเหลืออยู่บนต้นไม้และหลังคาบ้าน
ล่าสุด ทางการได้ประกาศภาวะภัยพิบัติจากวิกฤตเขื่อนแตกในครั้งนี้ ขณะที่ทางการท้องถิ่นแขวงอัตตะปือเริ่มใช้เรือและเฮลิคอปเตอร์ เข้าไปอพยพชาวบ้านที่ยังติดค้างอยู่ในพื้นที่ พร้อมร้องขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานภาครัฐ ให้ช่วยจัดหาเสื้อผ้า อาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค ให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่
ขณะเดียวกัน ภาคประชาชนได้ร่วมกันบริจาคเงิน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเขื่อนแตก โดยยอดที่ตั้งไว้ คือ 2 พันล้านกีบ หรือ 8 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ยอดบริจาคอยู่ที่ 1,200 ล้านกีบ หรือเกือบ 5 ล้านบาทแล้ว
ส่วนบรรดาประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค อาทิ ไทย และสิงคโปร์ เสนอจะให้ความช่วยเหลือในปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยครั้งนี้ โดยในส่วนของไทย พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์น้ำท่วมหนักในแขวงอัตตะปือและแขวงจำปาสัก สปป.ลาว หลังสัน เขื่อนเซเปียน เซน้ำน้อย เกิดรอยแตกทำให้มวลน้ำทะลักออกมาเป็นจำนวนมากส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายเป็นจำนวนมาก
พลโทสรรเสริฐ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยในฐานะเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกับ สปป.ลาว พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งในเบื้องต้นมีอาสาสมัครได้เดินทางเข้าไปใน สปป.ลาวแล้ว
ส่วนรัฐบาลยินดีที่จะสนับสนุนทั้งในด้านบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นหน่วยกู้ภัย แพทย์ พยาบาล ทหาร เจ้าหน้าที่ไฟฟ้า ฯลฯ รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต่าง ๆ โดยสามารถดำเนินการได้ทันที หากได้รับการประสานงานจากทางการของ สปป.ลาว
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังรับทราบว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียงจันทน์ ได้เปิดบัญชีรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมดังกล่าวแล้ว โดยสามารถบริจาคไปได้ที่สถานเอกอัครราชทูตโดยตรง หรือจะบริจาคผ่านแขวงอัตตะปือ สปป.ลาว อย่างไรก็ตาม ทางสถานทูตได้เตรียมเปิดบัญชีในประเทศไทยด้วย เพื่อให้เกิดความสะดวกแก่ผู้ที่ประสงค์จะบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยดังกล่าว
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า พลเอกประยุทธ์ ได้ฝากความห่วงใยและกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนชาวลาวที่ต้องประสบภัย รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่ให้ความช่วยเหลือผู้เดือดร้อน โดยขอให้สถานการณ์เลวร้ายนี้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
ด้าน นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ แขวงสะหวันนะเขต ซึ่งดูแลพื้นที่ดังกล่าว ยืนยันว่า ไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนสถานกงสุลใหญ่ฯ กำลังตรวจสอบและอัพเดทข้อมูลว่าในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่เกิดเหตุ มีคนไทยพักอาศัยจำนวนเท่าไร ซึ่งรู้เพียงแต่ว่ามีคนไทยไม่กี่คนพักอาศัยอยู่โดยรอบพื้นที่
ส่วน พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ทุกเหล่าทัพ ติดตามสถานการณ์อุทกภัย จากเหตุการณ์รอยร้าวของเขื่อนเซเปียน เซน้ำน้อยใน ให้ดำรงการติดต่อช่องทางการทูตทหารและประสานกระทรวงต่างประเทศ เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมให้การช่วยเหลือทันที เมื่อได้รับการประสานจากรัฐบาล สปป.ลาว
ส่วนความเคลื่อนไหวในกลุ่มอาสากู้ภัย รวมถึงนักภูมิศาสตร์ของไทยต่อเรื่องนี้ ล่าสุด เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิฮุก 31(ฮุก-สาม-หนึ่ง) นครราชสีมา ได้จัดหน่วยเฉพาะกิจทีมช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ และชมรมดำน้ำโคราช พร้อมเรือยนต์กู้ภัย เจ็ทสกี ชุดประดาน้ำ อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมทั้งบุคลากรด้านกู้ชีพ-กู้ภัย จำนวนกว่า 30 คน เพื่อเตรียมพร้อมส่งกำลังเดินทางไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่สปป.ลาว
ส่วนทางด้านกลุ่มนักภูมิศาสตร์ ซึ่งเคยมีบทบาทในการสนับสนุนการช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่า อะคาเดมี ออกจากถ้ำหลวง ก็มีการรวบรวมข้อมูลด้านภูมิศาสตร์และแผนที่เพื่อเตรียมพร้อมให้การสนับสนุนการทีมช่วยเหลือผู้ประสบภัยเช่นกัน โดยนายอนุกูล สอนเอก นักภูมิศาสตร์ เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ให้เครือข่ายนักภูมิศาสตร์ เตรียมข้อมูล แผนที่ ในพื้นที่น้ำท่วมในลาว หรือสามารถเข้าถึงข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อสนับสนุนภาระกิจทีมค้นหาและกู้ภัยหากมีการเดินทางไปช่วยเหลือ
ขณะที่ นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และต่อความเสียหายที่เกิดจากเขื่อนเซเปี่ยน-เซน้ำน้อยที่พังลงในสปป.ลาว
นอกจากนี้ นายกูเตอร์เรสยังแสดงความเสียใจไปยังรัฐบาล สปป.ลาว และพร้อมเข้าให้การช่วยเหลือด้านการกู้ภัยหากได้รับการร้องขอ
สำหรับเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ตั้งอยู่บนที่ราบสูงบอละเวน แขวงอัตตะปือ ห่างจากเมืองปากเซประมาณ 80 กิโลเมตร เขื่อนแห่งนี้มีความจุประมาณ 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เปรียบเทียบได้กับสระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิก จำนวน 2 ล้านสระ
ทั้งนี้ เหตุการณ์สันเขื่อนแตกดังกล่าว ได้ทำให้มวลน้ำปริมาณมากทะลักเข้าท่วมอย่างฉับพลันในหมู่บ้าน 6 แห่งในเมืองสะหนามไซ เช่น บ้านหินลาด บ้านใหม่ ท่าแสงจันทร์ และท่าหิน
ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ได้คร่าชีวิตประชาชนไปหลายคน มีผู้สูญหายอีกหลายร้อยคน และมีประชาชนชาวลาว ประมาณ 6,600 คนไร้ที่อยู่อาศัย
เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ยังเป็นที่ตั้งของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อย ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง โดยมีบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ร่วมถือหุ้นด้วย ในสัดส่วนร้อยละ 25 โดยโครงการดังกล่าวมีความก้าวหน้าร้อยละ 90 และมีกำหนดจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ภายในปี 2562
โดย บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด แถลงอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ ระบุว่า เขื่อนดินย่อยกั้นช่องเขา ส่วน D ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเสริมการกั้นน้ำรอบอ่างเก็บน้ำเซน้ำน้อย เกิดการทรุดตัว ส่งผลให้สันเขื่อนดินย่อยดังกล่าวเกิดรอยร้าวและน้ำไหลออกไปสู่พื้นที่ท้าย โดยเหตุที่เกิดขึ้นดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากพายุฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องทำให้มีปริมาณน้ำจำนวนมากไหลเข้าสู่พื้นที่กักเก็บน้ำของโครงการฯ