สำหรับเขื่อนย่อยที่แตก คือ saddle dam d หรือ เขื่อนปิดช่องเขาต่ำ ความสูงจากฐานราก สูง 16 เมตร ขนาดสันเขื่อนกว้าง 8 เมตร ยาว 770 เมตร มีความจุประมาณ 1,400 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่าน้ำที่รั่วออกไปประมาณ 60% ถ้าเปรียบเทียบสระว่ายน้ำ ก็เหมือนกับกำแพงกั้นน้ำด้านหนึ่งที่มีความสูงไม่มาก โดย เขื่อนหลัก ที่เป็นกำแพงที่สูงสุด คือเขื่อนเซน้ำน้อย -เอาไว้กั้นยกระดับน้ำในเขื่อนให้มีความสูงเวลาผลิตไฟต้องปล่อยน้ำผ่าน turbine generator ใช้ความต่างของระดับน้ำ เป็นแรงปั่นกังหันผลิตไฟ ส่วนการซ่อมแซมต้องหาสาเหตุ การแตกหรือรั่วซึมให้ได้ก่อน ทั้งนี้เขื่อนหลักไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด
ขณะที่กลุ่มวิศวกรการก่อสร้างเขื่อน ได้ให้ความเห็นไว้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะปัญหาการ design ที่เผื่อการรองรับปริมาณน้ำไว้ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าน้ำมามากกว่าที่ออกแบบเผื่อไว้ตามหลักวิศวกรรม ที่ผ่านมาความเสี่ยงด้านน้ำอยู่ที่การหา probable maximum flood (PMF) ชึ่งก็หามากจากปริมาณฝนสูงสุด แต่การหาปริมาณฝนนี้จะมีความเสี่ยงแฝงอยู่มาก ทั้งนี้ฐานรากเขื่อนอาจจะมีปัญหา เนื่องจากเป็นชั้นหินตะกอนทรายละเอียด แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องรอเข้าไปตรวจสอบ รวมทั้งวัสดุที่ใช้ทำฐานรากได้มาตรฐานตามที่ออกแบบไหม และน้ำมามากเกินกว่าที่ออกแบบไว้ไหม
อ่านข่าว
สรุปเหตุการณ์ “เขื่อนแตก” ที่ สปป.ลาว
วิกฤต!! สปป.ลาว เขื่อนแตก กว่า 6,000 คนไร้บ้าน
ย้อนรอยเหตุเขื่อนแตกครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์