ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐฯ เคยประกาศแผนการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มเติมอีก ในอัตรา 10% คิดเป็นมูลค่ารวม 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ล่าสุด ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาประกาศว่า ตนได้สั่งการให้ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ พิจารณาปรับขึ้นภาษีในอัตรา 25% ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว
นาย โรเบิร์ต ไลธิเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุว่า จุดประสงค์ของแผนการขึ้นภาษีครั้งนี้ คือ เพิ่มแรงกดดันให้จีนยอมเปลี่ยนแปลงนโยบายของตนเอง เพื่อให้เกิดการค้าที่ยุติธรรม
บรรดากลุ่มบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ อาทิ กูเกิล เฟซบุ๊ก และไมโครซอฟต์ ต่างแสดงความไม่เห็นด้วยกับท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯในครั้งนี้ เนื่องจากเชื่อว่า มาตรการล่าสุดนี้จะส่งผลโดยตรงต่อผู้บริโภคชาวอเมริกันมากกว่า เนื่องจากสินค้าที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งอาหาร ผัก-ผลไม้ ตู้เย็น และกระเป๋า ในขณะที่สินค้านำเข้าจากจีนที่โดนภาษีไปก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นวัตถุดิบหรือใช้ในโรงงาน
ด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ยืนยันว่า จีนเองพร้อมจะตอบโต้มาตรการขู่กรรโชกของสหรัฐฯ แต่ก็มีรายงานว่า นายสตีเฟน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และนายหลิว เฮ่อ รองนายกรัฐมนตรีจีน กำลังพยายามรื้อฟื้นการเจรจาเพื่อลดความตึงเครียดและยุติข้อพิพาททางการค้าระหว่างกัน หลังจากการเจรจาที่ผ่านๆมา ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้