วันนี้ (3 ส.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประตูระบายน้ำธรนิศนฤมิตร อำเภอธาตุพนม ถือเป็นด่านจุดท้ายของลำน้ำก่ำ และน้ำสาขาใน จังหวัดนครพนม ไหลระบายออกสู่น้ำโขง แต่ขณะนี้ปริมาณน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น น้ำให้ลำน้ำก่ำไม่สามารถระบายได้ทัน ส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำก่ำถูกน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรเพิ่ม 10,000 ไร่
โดยสถานการณ์ลำน้ำก่ำ ขณะนี้เกินระดับเก็บกักไปแล้ว 100 เปอร์เซนต์ ระดับเก็บกักคือ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปัจจุบันมีมวลน้ำ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้พื้นการเกษตรสองฝั่งริมน้ำก่ำถูกท่วมขยายวงมากขึ้น กว่าหมื่นไร่ สาเหตุมาจากน้ำโขงที่ยังเพิ่มสูงขึ้น ลำน้ำสาขาระบายลงไม่ทัน
ด้าน ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำก่ำ ระบุว่า แม้กรมชลประทานจะใช้เครื่องผลักดันน้ำไฟฟ้าช่วย จำนวน 11 เครื่อง แต่ประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิตยังระบายน้ำได้น้อยลงไปเรื่อย ๆ เพราะน้ำโขงมีปริมาณที่สูง ทำให้ระบายลงแม่น้ำโขงได้ช้ามาก วันนี้ระบายได้เพียง 17 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทั้งที่มีปริมาณน้ำที่รอระบายอยู่ถึง 140 ล้านลูกบาศก์เมตร มวลน้ำจึงย้อนเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร และบ้านเรือนริมน้ำก่ำและน้ำสาขาใน จังหวัดนครพนม คาดว่าหากระบายน้ำได้ปริมาณเพียง เพียง 17 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จะใช้เวลาเกือบ 2 สัปดาห์สถานการณ์จึงจะดีขึ้น
ขณะเดียวกันแม่น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ลำน้ำก่ำระบายลงแม่น้ำโขงลำบาก และยังน้ำให้ลำน้ำสาขาอีกหนึ่งสาย คือ น้ำห้วยแคน ระบายลงไม่ได้เช่นกัน และไหลย้อนกลับเข้าท่วมพื้นการเกษตร อำเภอเรณูนคร ด้าน บ้านนาดี ตำบลหนองย่างชิ้น อำเภอเรณูนคร พื้นที่อยู่ติดกับลำห้วยแคน น้ำโขงที่สูงกว่าน้ำห้วยแคน ทำให้มวลน้ำห้วยแคนไหลย้อนกลับ ท่วมพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย กว่า 4,000 ไร่ ชาวบ้านที่นี่ ระบุว่า ปีนี้ถือว่าหนักกว่าปีนี้ เพราะปีที่แล้วน้ำระบายออกได้เร็ว แต่ปีนี้น้ำขึ้นสูงและท่วมนาน ทำให้นาข้าวเสียหาย
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ระบุว่า สถานการณ์โดยรวมวันนี้ถือว่าดีขึ้น เพราะน้ำโขงสูงขึ้นในปริมาณที่น้อยกว่าทุกวัน และคาดว่าปริมาณน้ำโขงค่อย ๆ ลดลง หากไม่มีฝนตกเพิ่ม แต่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ว่า มรสุมจะกลับมาพาดผ่านประเทศพม่าตอนบนและลาวตอนบนในช่วงวันที่ 5 สิงหาคม ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นรวมถึง จังหวัดนครพนมด้วย