ผู้เชี่ยวชาญการจัดการน้ำ คาด น้ำเข้าเมืองเพชรบุรีพรุ่งนี้ พื้นที่ไม่มีแนวคันกั้นน้ำอาจได้รับผลกระทบ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ตอนนี้ชาวบ้านอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ยังคงเฝ้าลุ้นอย่างใจจดจ่อว่าน้ำที่ล้นจากสปิลเวย์เขื่อนแก่งกระจานจะไหลเข้าสู่เขื่อนเพชรบุรี และทะลักเข้าสู่ตัวเมืองเมื่อใด ซึ่งจากการคาดการณ์ของกรมชลประทานน้ำพบว่าระดับน้ำน่าจะยังไม่เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในคืนนี้ แต่น้ำอาจจะเดินทางไปถึงในวันพรุ่งนี้ แต่จะไม่ได้เป็นการเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว แต่ระดับน้ำจะค่อยๆเพิ่มขึ้น

นางสาวกรรณิการ์ พหลพิพัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำ TEAM Group เปิดเผยในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวว่า จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำที่จะเข้าท่วมในอำเภอเมืองเพชรบุรีน่าจะอยู่ระหว่าง 20-30 เซนติเมตร เพราะว่ามีการบริหารจัดการกันอย่างเต็มที่ น่าจะสามารถควบคุมความเสียหายอยู่ในวงจำกัด มีการตัดน้ำก่อนที่จะระบายมาถึงตัวเมือง บริเวณหน้าเขื่อนเพชรก็มีการระบายน้ำทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ปริมาณน้ำ 55 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หลังจากนั้นก็มีการทำคลองระบายเพิ่ม ออกไปอีก 35 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าจะคุมน้ำที่มาถึงตัวเมืองเพชรไม่เกิน 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น่าจะท่วมไม่เกิน 30 เซนติเมตร

โดยจากการรายงานสถานณ์ล่าสุดของทีมข่าวพีพีทีวีในพื้นที่ว่า มีการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าน้ำจากเขื่อนแก่งกระจานจะเดินทางมาถึงตัวเมืองเพชรบุรีในคืนวันนี้ ซึ่งขณะนี้ก็พบว่าระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่น่ากังวลมากนักมากนักในวันนี้ เนื่องจากยังคงมีพื้นที่สูงที่จะสามารถรับน้ำได้ก่อนที่จะเข้าไปท่วมในตัวเมือง สถานการณ์น้ำในตัวเมืองถือว่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ว่าเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ซึ่งตรงกับข้อมูลของผู้อำนวยการโครงการชลประทานเพชรบุรีที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้

ถ้าหากย้อนไปดูในพื้นที่จะพบว่ามีการปล่อยน้ำออกมาอย่างต่อเนื่อง จะสังเกตเห็นว่าไหลเร็วมากกว่าปกติ ซึ่งมี 2 ปัจจัยที่ทำให้น้ำไหลเร็ว 1. น้ำจากด้านบนนั้นมีจำนวนมาก มีปริมาณมหาศาลแล้วก็ไหลมารวมกัน และ 2. พื้นที่ด้านล่างมีการติดตั้งเรือผลักดันน้ำจำนวน 20 ลำ อาจจะทำให้การไหลของน้ำนั้นเร็วมากขึ้น

แม้อาจจะมีการบอกว่า ประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองเพชรบุรีไม่ต้องกังวลมากนัก แต่การดำเนินการของคนที่นี่ก็มีการเตรียมการรับมือกับสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ในเขตเมืองมีการก่อกระสอบทราย และก่ออิฐเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำที่กำลงัจะมาถึง คนที่นี่ทราบว่าน้ำอาจจะไม่ท่วมสูงเหมือนปีที่ผ่านมาๆ แต่ก็บอกว่าการเตรียมความพร้อมไว้อาจจะดีกว่า โดยเฉพาะวันนี้ถือได้ว่าเป็นวันสำคัญที่ก่อนหน้านี้มีการแจ้งเตือนว่าน้ำอาจจะท่วมพื้นที่

นางสาวกรรณิการ์ พหลพิพัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำ TEAM Group ระบุว่าตอนนี้ก็ต้องประเมินสถานการณ์จากทางกรมอุตุนิยมวิทยา ที่จะประเมินได้ว่าฝนตกลงมาเท่านี้จะออกมาเป็นน้ำที่จะมาเติมที่แม่น้ำเพชรประมาณเท่าไหร่

การที่ในปีนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนเต็มเร็วเกิดจากการที่พายุเซินติญเข้ามาในประเทศ ช่วงระกว่างวันที่ 18 – 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตอนนั้นพายุเข้ามาจนถึงที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยแล้ว บริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนมที่ทำให้น้ำท่วมภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ตอนนี้ ตอนแรกมีการคาดการณ์ว่าพยุตัวนี้จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย แต่พายุกลับเปลี่ยนเส้นทาง หมุนตัวกลับออกไปทางประเทศเวียดนามทำให้ดึงดูดมวลน้ำ มวลน้ำที่อยู่ในทะเลอันดามัน และเข้ามาทางตะวันตกของประเทศเรา ทางเทอกเขาตะนาวศรีมาเติมน้ำในเขื่อนต่างๆให้เต็มพื้นที่ ตั้งแต่แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ลงไป ทำให้น้ำพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างตัวเขื่อนแก่งกระจาน เป็นปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นภายในวันเดียวถึง 150 ล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากการกลับตัวของพายุเซินติญไปดึงเอามวลน้ำ ไอน้ำที่อยู่ในทะเลและหมุนเข้ามาทำให้เกิดฝนตกหนักบริเวณภาคตะวันตก ดึงเอามรสุมตะวันตกเฉียงใต้เข้ามา เขื่อนบริเวณภาคตะวันตกทั้งหมดได้รับผลกระทบ

โดยตอนแรกไม่มีการคาดการณ์เลยว่า พายุเซินติญจะเคลื่อนตัวออกไปจากประเทศไทย ไม่คาดคิดว่าจะส่งผลกระทบกับทางภาคตะวันตก แต่คิดว่าจะส่งผลกระทบกับทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือเป็นหลัก แต่เมื่อมาเกิดผลกระทบกับทางภาคตะวันตกทำให้เป็นผลหระทบที่เกินคาดที่พบว่าเพียง 1 วัน มีปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นเยอะมาก ประมาณวันที่ 20 กรกฎาคม ปริมาณน้ำยังอยู่ต่ำกว่าในระบบน้ำควบคุมที่ทางกรมชลประทานกำหนดในแต่ละปี แต่หลังจากได้รับผลกระทบจากพายุเซินติญ ทำให้น้ำพุ่งขึ้นไปถึงประมาณ 600 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้องเร่งพร่องน้ำตอนนี้ และควบคุมให้กลับเข้าสู่ระดับควบคุมในระยะเวลาหลังจากนี้ ซึ่งต่อไปจะเข้าสู่รูปแบบงเอลนีโญ ทำให้ปริมาณฝนน้อยลงไปจนถึงธันวาคม ซึ่งปริมาณฝนยังคงมีอยู่แต่จะไม่มากกว่านี้แล้ว

จากการประเมินพื้นที่เสี่ยงได้รับผลกระทบหากน้ำที่ล้นสปิลเวย์ไหลเข้าสู่เขื่อนเพชร และออกไปยังบ้านเรือนของประชาชนในตัวเมืองเพชรบุรี หากปริมาณการระบายน้ำจากเขื่อนเพชร 150-200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พื้นที่เสี่ยงอุทกภัยคือ พื้นที่อำเภอเมือง ตำบลคลองกระแชง, บ้านหม้อ, ท่าราบ และต้นมะม่วง ถ้าหากมีปริมาณ 200-400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พื้นที่เสี่ยงจะเลยไปถึง ตำบลบ้านลาด, ตำหรุ, ท่าเสน, ดำรงค์, สมอพลือ และอำเภอบ้านลาด ไหลลงคลองส่งน้ำ

ทั้งนี้ ถ้าหากมีประมาณ 150 ลูกบาศก์เมตรก็จะท่วมไม่เกิน 30 เซนติเมตร แต่ถ้าถึง 200 ลูกบาศก์เมตรก็จะ 40 เซนติเมตรขึ้นไป

โดยทางการได้มีการผันน้ำอยู่ที่ 90 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมืองเพชรบุรีส่วนที่น้ำจะท่วม คือ พื้นที่ที่ไม่มีคันกั้นน้ำ แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์อาจจะดีขึ้น เพราะมีเรือผันน้ำ เมื่อผันน้ำออกไป ก็จะไหลออกสู่ทะเลได้เร็ว และมีอีกปัจจัยจะ คือ มีการดึงน้ำตรงปลายออกไป ระยะเวลาการท่วมก็จะน้อยลง

จากการคาดการณ์วันนี้น้ำน่าจะยังไปไม่ถึงตัวเมือง แต่อาจจะไปถึงในวันพรุ่งนี้ แต่ถ้าหากมีฝนก็จะอาจเร็วขึ้น และอาจจะไม่ท่วมแบบฉับพลัน แต่ระดับน้ำจะค่อยสูงๆขึ้น และจะท่วมในบางพื้นที่เท่านั้น ซึ่งคิดว่าปีนี้ถือว่าไม่ผิดปกติ แต่เป็นปริมาณฝนที่เกินคาดการณ์ ซึ่งยังอยู่ในระดับปกติ สูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย เมื่อเทียบกับปี 2554 ปรากฎการณ์ ลานีญาในปี 2553-2554 น้ำท่วมทั้งประเทศ ในครั้งนั้นเกิดจากระดับน้ำที่สูงขึ้น ในปิง วัง ยม น่าน ซึ่งอยากให้ประชาชนคลายความกังวลเรื่องระดับน้ำว่าจะไม่ท่วมสูงเหมือนในปี 2554 ต่อไปหากฝนน้อยลง สถานการณ์ก็จะคลี่คลาย

ชมคลิปที่นี่ : “ทีมกรุ๊ป” ฟันธง “เมืองเพชร” จมน้ำแน่นอน คาดใช้เวลา 2 สัปดาห์ สามารถระบายน้ำลงทะเลจนแห้ง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ