วันนี้ (8 ส.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ประกาศปรับประมาณการณ์ส่งออกข้าวเพิ่มขึ้น เป็น 11 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 5,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 177,000 ล้านบาท จากเดิมที่เคยประมาณการณ์ไว้ที่ 9.5 ล้านตัน เมื่อเดือนมกราคม 2561 เนื่องจากมีปัจจัยบวก คือ ประเทศผู้นำเข้าข้าวมีความต้องการนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้น เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ค่าเงินบาทอ่อนค่าทำให้ระดับราคาข้าวไทยอยู่ในระดับแข่งขันได้ และรัฐบาลไทยได้ระบายสต๊อกหมดแล้ว ส่งผลดีต่อตลาดข้าวทั้งระบบ และจากปรากฎการณ์ภัยธรรมชาติในบางประเทศส่งผลกระทบต่อการผลิตข้าวของประเทศผู้ผลิตสำคัญ อย่างเช่น จีน และอินเดีย
ขณะที่ปัจจัยลบที่ยังคงค้องติดตาม ปริมาณข้าวหอมมะลิ มีจำกัดซึ่ง 6 เดือนที่ผ่านมา ผลผลิตข้าวหอมลดลงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ราคาสูง ซึ่งผู้ซื้ออาจชะลอการสั่งซื้อหรือหันไปซื้อจากแหล่งอื่น รวมทั้งยังขาดแคลนชนิดข้าวที่เป็นที่นิยมของประเทศผู้ซื้อ ขณะที่ประเทศคู่แข่งมีการพัฒนาข้าวที่ตรงตามความต้องการของตลาด และมีราคาเป็นที่ยอมรับของผู้ซื้อ
ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่า ที่เชื่อมั่นว่า ไทยจะส่งออกข้าวได้ถึง 11 ล้านตันในปีนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการเดินหน้านโยบายจีทูจีของรัฐบาล บวกกับการผลักดันการส่งออกของเอกชน นอกจากนั้นการส่งออกข้าวไทยช่วง 7 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 24 กรกรฎาคม 2561 มีปริมาณ 6.23 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 1.1 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งออกเป็นอันดับ 2 รองจากอินเดียที่ส่งออกได้ 7.05 ล้านตัน เป็นอันดับ 1 และเวียดนามส่งออกได้ 4.33 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 18.9 เปอร์เซ็นต์ เป็นอันดับ 3