ทลายเครือข่ายพนันออนไลน์ พบเงินหมุนเวียน 600 ล้านบาท

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เจ้าหน้าที่ทลายเครือข่ายพนันออนไลน์ 3 จังหวัด ทั้งกรุงเทพฯ-ขอนแก่น-ภูเก็ต พบเงินหมุนเวียนหลายร้อยล้าน โดยมีพฤติการณ์ล่อลวงให้ประชาชนสมัครสมาชิกและโอนเงินเข้าไป แต่กลับไม่สามารถเทรดหรือลงทุนได้ สุดท้ายกลายเป็นการพนันออนไลน์แทน

วันนี้(16 ส.ค.61)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายพนันออนไลน์สยามออฟชั่น โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ 19 คน เป็นระดับแกนนำ 9 คน และพนักงานที่ทำหน้าที่ในการชักชวน 10 คน พร้อมของกลางเงินสด 260,000 บาท สมุดบัญชีกว่า 10 เล่ม เงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาท คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค กว่า 17 เครื่อง โทรศัพท์กว่า 15 เครื่อง

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากมีประชาชนในพื้นที่ จ.ขอนแก่น เข้าร้องเรียนต่อ ว่าถูกชักชวนให้ร่วมลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆมากกว่า70 ชนิด ทั้งคู่สกุลเงิน, ดัชนี, หุ้น ผ่านทางเว็บไซต์www.siamoption.com แต่เมื่อประชาชาชนสมัครสมาชิกและโอนเงินเข้าไปจริงๆ กลับไม่สามารถเทรดหรือลงทุนตามที่ประกาศได้ แต่กลายเป็นการทายผลการขึ้นหรือลงของกราฟฟอร์เร็กซ์แทน ไม่ใช่เป็นการลงทุนตามที่ประกาศ แต่เป็นการพนันออนไลน์ เจ้าหน้าที่จึงขออนุมัติหมายศาลเข้าตรวจค้นเป้าหมาย3 จุดใหญ่ในพื้นที่ กรุงเทพฯ ขอนแก่น และภูเก็ต

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าขบวนการนี้เป็นขบวนการใหญ่ มีนายทุนขบวนการใหญ่เป็นชาวรัสเชีย ขณะนี้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วผ่านช่องทางที่จ.ภูเก็ต ซึ่งขบวนการนี้มีการตั้งสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพ และภูเก็ต รวมทั้ง ขอนแก่น ถูกใช้เป็นสถานที่ตั้งบริษัทเพื่อชักชวนเหยื่อในลักษณะโบรกเกอร์ โดยอ้างความน่าเชื่อถือว่าบริษัทมีการจดทะเบียนถูกต้องผ่านกรมธุรกิจการค้าและกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีผู้เสียหายหลงเชื่อร่วมเป็นสมาชิก 1.4 ล้านคน แต่ละเดือนมีผู้เล่นหมุนเวียนมากกว่า 1 แสนบัญชี ยอดเงินไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาทต่อเดือน รวมวงเงินหมุนเวียนต่อปีหลายร้อยล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้ทำการตรวจยึดเงินได้กว่า 130 ล้านบาท และคาดว่ามีเงินหมุนกว่า 600 ล้านบาทที่อยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อนำเงินมาคืนประชาชน

เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันจัดให้มีหรือเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นอันระบุไว้ในบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอัตราโทษจาคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท และข้อหา“ ทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน” อันเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้  

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ