เมื่อวันที่ (30 ส.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวปณิดา ยศปัญญา น้องแบม เปิดใจกับสื่อมวลชนที่จังหวัดขอนแก่นอีกครั้งว่ารู้สึกน้อยใจ ที่ไม่ได้เข้าทำงานตามที่ได้ตั้งใจไว้ ซึ่งหลังเรียนจบปริญญาตรี ได้ติดต่อโทรศัพท์ไปหาผู้ใหญ่ในกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม.ที่เคยรับปากเอาไว้เมื่อคราวเข้าพบนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลว่า “ถ้าจบการศึกษาแล้วอยากทำงานในหน่วยงานราชการก็ให้ติดต่อมา” ซึ่งตนได้ติดต่อและแจ้งความประสงค์ไปว่า อยากทำงานที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น เพราะจะได้อยู่ใกล้พ่อแม่ แต่คำตอบที่ได้คือ ให้สมัครเข้ามาและสอบตามขั้นตอน ตามปกติ
ขณะที่การช่วยเหลือของภาครัฐและเอกชน อื่นๆ นางสาวปณิดา บอกว่าขณะนี้ทางโรงแรมโฆษะขอนแก่น ได้รับตนเข้าทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนหน่วยงานราชการอื่นๆ ที่เคยแจ้งไว้ที่จะรับเข้าทำงานนั้นก็ได้รับการติดต่อจากค่ายประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานีมาแล้ว แต่เนื่องจากปัจจุบันสุขภาพของพ่อและแม่ไม่แข็งแรง ต้องเดินทางไปพบแพทย์บ่อยครั้ง จึงทำให้ตนไม่ได้ไปตามที่ถูกเรียกตัว อีกทั้งความตั้งใจของน้องแบม อยากเป็นนักพัฒนาที่ช่วยเหลือชาวบ้านผู้ยากไร้ตามชนบท เพราะตรงกับสายงานที่ตนได้เรียนมา ส่วนชีวิตความเป็นอยู่ในขณะนี้ น้องแบม เปิดเผยว่า ค่อนข้างใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง เพราะตนและครอบครัวเคยถูกข่มขู่ ทำให้เสียขวัญกับเรื่องที่เกิดขึ้น
ด้านนางสุภัชชา สุทธิพล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในฐานะโฆษก (พม.) ชี้แจงประเด็นนี้กับทีมข่าวพีพีทีว่า ตามหลักการเป็นข้าราชการในสังกัด พม.ทุกคนต้องสอบบรรจุตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ก.พ. ซึ่งจะต้องสอบภาค ก. ให้ ผ่านจากนั้น ถึงจะสอบ ภาค ข. ที่กระทรวงหรือกรมเปิดสอบตามขั้นตอน ยืนยันว่ากระทรวงไม่สามารถลัดขั้นตอนนี้เพื่อรับน้องแบม เข้ารับราชการได้ทันที เพราะจะกลายเป็นข้อครหา
ส่วนประเด็นที่น้องแบมบอกว่า มีผู้ใหญ่ในกระทรวงตอบปฏิเสธนั้น คาดว่าเจ้าหน้าที่คงแจ้งกลับตามระเบียบขั้นตอน ไม่ใช่การปฏิเสธ หลังจากนี้ทางกระทรวง พม.จะติดต่อประสานไปที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการชี้แจงทำความเข้าใจกับ น้องแบม อีกครั้ง