เมื่อวันที่ (4 ก.ย. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สิ่งที่เกือบทุกพรรคการเมืองพูดเหมือนกัน คือ การรอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คลายล็อกคำสั่ง คสช. เพื่อให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจการพรรคการเมืองได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการประชุมพรรค-และการจัดหาสมาชิก เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งสมัยหน้า โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าทางพรรคได้เตรียมเปิดให้สมาชิกพรรคและอดีตสมาชิก หารือถึงการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ แม้ว่ากฎหมายพรรคการเมืองจะไม่ได้กำหนดไว้ แต่เพราะต้องการสะท้อนว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง
ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เตรียมทำไพรมารี่โหวตผู้สมัครรับเลือกตั้งในแต่ละเขต เพื่อให้เป็นตัวแทนของประชาชนโดยตรง และเตรียมหารือทำไพรมารี่โหวตนโยบาย เนื่องจากมองว่าประชาชนจะได้ประโยชน์โดยตรง
ส่วนนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ย้ำว่า เป้าหมายของพรรคการเมืองต้องเน้นบทบาทสร้างประชาธิปไตยให้ประเทศ เนื่องจากปัจจุบันไม่มีประชาธิปไตย ส่วนการสร้างประชาธิปไตยภายในพรรคเป็นเรื่องท้าทายที่พรรคทำอยู่แล้ว และพัฒนาต่อไป เช่นเดียวกับ นายประสาร มฤคพิทักษ์ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป และนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ยืนยันว่า พรรคมีแนวทางสร้าางประชาธิปไตยตั้งแต่ในพรรคของตน จนถึงการเดินหน้าสร้างประชาธิปไตยในประเทศ
สำหรับการเสวนานี่ ถือเป็นเวทีที่มีการพูดคุยในเรื่องพรรคการเมืองไทยบนเส้นทางแห่งการปฎิรูป ซึ่งทุกพรรคมั่นใจว่า การเลือกตั้งสมัยหน้าจะมีสิ่งใหม่เกิดขึ้น โดยจะเน้นการเดินหน้าสู่การเป็นประชาธิปไตย
ขณะที่ในช่วงเช้า ศาสตราจารย์ บวรศักดิ์ อุวรรณโร ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่องการปฏิรูปกฎหมายกับสังคมไทยในอนาคต โดยเน้นย้ำเรื่องความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียมในสังคม ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการ ปฎิรูปกฎหมาย เริ่มจากกระจายอำนาจ สร้างกฎหมายที่ดีและต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงกฎหมายได้โดยสะดวก ส่วนกฎหมายเก่าที่ล้าสมัยจะต้องปรับแก้ไขให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน ซึ่งศาสตราจารย์บวรศักดิ์ กล่าวย้ำว่า หากทำไม่ได้ตามนี้ต่อให้เขียนกฎหมายดีแค่ไหน ก็ไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้