นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ และ คณะรัฐมนตรี สามารถลงเล่นการเมืองได้ เพราะเปิดช่องไว้ เช่น อยู่ในบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี มาในฐานะนายกรัฐมนตรีคนนอก มาในตำแหน่งที่ปรึกษาพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรค หรือ หัวหน้าพรรคการเมือง
แต่ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ ปี 2560 กำหนดว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หากจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ต้องลาออกภายใน 90 วัน นับจากวันที่ 6 เม.ย. 2560 ซึ่งเป็นวันที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ ส่วนคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายให้เว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี หรือหากพูดถึงหลังการเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้คณะรัฐมนตรี ต้องมาจาก ส.ส. หมายความว่า หลังการเลือกตั้ง คนของแม่น้ำทั้ง 4 สาย สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีได้
ด้าน รศ. เจษฎ์ โทณะวณิก ที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ วิจารณ์ปัญหาและกติกาของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ว่า เป็นการออกแบบตามความต้องการของคนใน คสช. พร้อมมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควรเปิดตัวให้ชัดเจนว่าจะเข้าสู่สนามการเมืองด้วยวิธีใด แต่หากจะให้สง่างามที่สุด ไม่ควรมาข้องเกี่ยวกับการเมืองทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง
ส่วนประเด็นที่นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตแกนนำ นปช. กล่าวหานายพรชัย อำนวยทรัพย์ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ว่าเป็นผู้จ้างอาสาสมัครล่ารายชื่อ พร้อมเก็บบัตรประชาชนของชาว อ.เสิงสาง-อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา แลกกับการจ่ายค่าตอบแทน เนื่องจากต้องการนำรายชื่อไปขอร่วมพรรคภูมิใจไทยนั้น
รศ.อัษฎางค์ ปาณิกบุตร อดีตคณบดีรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง แสดงความเห็นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นการแข่งขันการเมืองอย่างหนึ่ง เพราะนครราชสีมา มีเขตเลือกตั้ง 14 เขต มากเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ รองจากกรุงเทพมหานคร และไม่มีพรรคการเมืองใดครอบครองเสียงเบ็ดเสร็จ
หากดูรายชื่อผู้ที่เคยสมัครรับเลือกตั้งปี 2554 จะพบว่า มีหลายคนจากหลายพรรค แสดงท่าทีย้ายไปรวมกับกลุ่มสามมิตร และประกาศจุดยืนสนับสนุน คสช. โดยเฉพาะนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายภิรมย์ พลวิเศษ เลขาธิการกลุ่มสามมิตร ซึ่งเคยเป็นอดีตสมาชิกพรรคภูมิใจไทย และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน อดีตแกนนำ นปช.และอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทั้งหมดเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจทำให้ คสช.ได้รับคะแนนนิยมในจ.นครราชสีมามากขึ้น
สำหรับจ.นครราชสีมา เป็นจังหวัดที่มีผู้ชนะการเลือกตั้งแบบเขตจากหลายพรรคการเมือง ต่างจากไปเชียงใหม่ นครศรีธรรมราช สงขลา และบุรีรัมย์ นี่เป็นจุดสำคัญที่ทำให้การเมืองในจังหวัดนครราชสีมา ดุเดือดตั้งแต่ยังไม่คลายล็อกคำสั่ง คสช.
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้