ล่าสุดวันนี้ 13 ก.ย.2561พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ได้เป็นประธานประชุมติดตามผลการแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลยืนยันว่าแนวคิดนี้เป็นเรื่องจริง ซึ่งที่ประชุมวันนี้ได้มีมติเลือกสถานที่ ศูนย์การค้าพาซิโอทาวน์ รามคำแหง รองรับปริมาณรถได้จำนวน 900 คัน และ ร้านค้าไทวัสดุ รองรับได้ 220 คัน โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. จะเป็นผู้จัดรถชัทเทิลบัสเพื่อให้บริการรับส่งเพื่อเดินทางต่อไปยังกรุงเทพชั้นใน หรือ แอร์พอร์ตลิ้งค์เส้นต่างๆ คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า จะให้สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า ลงสำรวจความเห็นทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
หลังจากนี้ ยังจะมีการหารือ ถึงการเปิดให้บริการเรือขนส่งผู้โดยสารในคลองแสนแสบเพิ่มเติม จากที่เดิมเคยสิ้นสุดเพียงสถานีวัดศรีบุญเรือง ให้มาสิ้นสุดที่สถานีห้างสรรพสินค้าพาซิโอด้วย
รถร่วมฯ ขสมก.ไม่เห็นด้วยลดรถเมล์แก้รถติด แนะทำประชาพิจารณ์
ขณะที่ นางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารร่วมบริการ ขสมก. เปิดเผยว่า ทางสมาคมฯไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการได้ลดจำนวนเที่ยวลงอยู่แล้วเกือบครึ่งจากสภาวะขาดทุน หากทำจริง คาดว่าจะส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการ และขสมก.อย่างแน่นอน
นางภัทรวดี ระบุว่า ผู้ประกอบการยินดีที่จะหยุดให้บริการรถโดยสารในระบบทั้งหมด หากรัฐบาลยังต้องการ หรือ ชี้ชัดว่าควรแก้ไขปัญหาการจราจรด้วยวิธีดังกล่าว แต่ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการทำประชาพิจารณ์ หรือ เปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนก่อน ซึ่งรัฐบาลควรทบทวนอย่างรอบคอบ เพราะจะกระทบคนหมู่มาก เพราะรถเมล์ 1 คัน สามารถขนถ่ายผู้โดยสารเกือบ 80 คน โดยทางสมาคมเตรียมประชุมหารือภายในอีกครั้ง เพราะขณะนี้มีรถเมล์ที่ให้บริการเฉพาะถนนรามคำแหงถึง 3 บริษัท ยังไม่รวมขสมก.หรือรถประมาณเกือบ 100 คัน
“นักวิชาการ-พนักงานขสมก.”ค้านลดจำนวนรถเมล์แก้รถติด
ด้าน ดร.เดชรัตน์ สุขกำเนิด นักวิชาการเศรษฐศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่าไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ พร้อมแสดงภาพด้วยว่าการเดินทางโดยใช้รถยนต์ กินพื้นที่มากกว่ารถเมล์และรถจักรยานยนต์
ขณะที่ นายชำนาญ อยู่สอาด ผู้อำนวยการเขตการเดินรถที่ 6 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว คัดค้านแนวคิดดังกล่าว ระบุว่า รถเมล์ ขสมก.ไม่ได้สร้างปัญหาจราจร รวมถึงที่ผ่านมา แนวคิดการแก้ไขปัญหาจราจรในเมืองใหญ่ คือความพยายามจูงใจให้ประชากรในเมืองหลวง เปลี่ยนแปลงการเดินทางจากยานพาหนะส่วนตัว มาใช้บริการสาธารณะ อีกทั้งที่ผ่านมามีความผิดพลาดจากหลายนโยบาย ทั้ง นโยบายรถคันแรก การยกเลิกบัสเลน อีกทั้งหลายประเทศ “กลางวัน ไม่มีการก่อสร้าง” เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติจราจร พร้อมลงท้ายว่า “คิดผิด คิดใหม่ได้ครับ”
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้