เคสนี้เกิดขึ้นกับผู้ป่วยชายวัย 56 ปี ที่เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับเมื่อเดือนพ.ค.ปี2560 ที่โรงพยาบาลควีนแมรีของมหาวิทยาลัยฮ่องกง โดยหลังผ่าตัด ผู้ป่วยยังคงมีปัญหาตับทำงานผิดปกติ
ผลการตรวจเพิ่มเติมพบว่าผู้ป่วยรายนี้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ อี ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบในสัตว์ เช่น หนู เท่านั้น และมีองค์ประกอบทางพันธุกรรมที่แตกต่างจากสายพันธุ์ที่พบในมนุษย์อย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีรายงานว่าไวรัสตับอักเสบสายพันธุ์นี่จะติดต่อจากสัตว์สู่คนได้
นักวิจัยมหาวิทยาลัยฮ่องกงที่ศึกษากรณีนี้ บอกว่า ชายคนดังกล่าวอาศัยอยู่ในอาคารชุดแห่งหนึ่ง ซึ่งมีร่อยรองของหนูจำนวนมากในห้องเก็บขยะนอกที่พัก ขณะที่เจ้าตัวเองเล่าว่า เคยเห็นอุจจาระหนู แต่ไม่เคยเห็นตัวหนูแถวนั้นเลย
ทั้งนี้ นักวิจัยได้เก็บตัวอย่างอุจจาระหนู และคราบตามท่อน้ำและพื้น หรือแม้แต่หนูในบริเวณนั้น ไปตรวจสอบแต่ไม่พบเชื้อไวรัสตับอักเสบ อี แต่หน่วยงานสุขอนามัยอาหารและสิ่งแวดล้อมเคยเก็บตัวอย่างจากหนูในพื้นที่เดียวกันนี้เมื่อปี 2012 และพบว่ามีไวรัสดังกล่าว
โดยตอนนี้นักวิจัยยังคงไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าการส่งต่อของเชื่อเกิดขึ้นที่จุดไหน แต่ตั้งข้อสันนิษฐานว่าอาจจะมาจากอาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระหนู
ทั้งนี้ ผู้ป่วยคนดังกล่าวได้รับการรักษาโดยแพทย์ให้ทานยาที่มีชื่อว่า “ไรบาไวริน” และกำลังอยู่ระหว่างพักฟื้น
สำหรับไวรัสตับอักเสบ อี นั้นจริงๆ แล้วมีสายพันธุ์ที่พบในมนุษย์ด้วย ซึ่งแต่ละปีจะมีผู้ป่วยจากไวรัสชนิดนี้ทั่วโลก 20 ล้านคน ติดต่อโดยการรับประทานน้ำหรืออาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระที่มีเชื้อไวรัสนี้ โดยอาการจะเหมือนตับอักเสบที่เกิดจากเชื้อชนิดอื่น คือ มีไข้ ตัวเหลือง คลื่นไส้อาเจียน หรือในกรณีรุนแรงจริงๆ และพบได้น้อยคือ ตับวาย
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้