สำนักข่าวต่าประเทศรายงานว่า คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลแห่งไอร์แลนด์ประกาศเริ่มดำเนินการสืบสวนบริษัทเฟซบุ๊ก ซึ่งใช้ไอร์แลนด์เป็นสำนักงานใหญ่ระดับนานาชาติ จากกรณีที่ระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้งานเกือบ 50 ล้านบัญชี มีช่องโหว่ ซึ่งทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงและจารกรรมข้อมูลเหล่านี้ได้
โดยคณะกรรมการดังกล่าวจะตรวจสอบว่าเฟซบุ๊กได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบว่าด้วยการกำกับดูแลคุ้มครองข้อมูลทั่วไปของสหภาพยุโรปหรือไม่ ซึ่งบริษัทที่พบว่าละเมิดกฎดังกล่าวจะถูกปรับเงินในอัตราส่วน 4 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้บริษัททั้งหมด นั่นหมายความว่า หากเฟซบุ๊กถูกตัดสินว่าผิดจริงก็อาจจะต้องจ่ายค่าปรับสูงถึง 1,600 ล้านดอลลาร์หรือ 50,000 ล้านบาท จากฐานรายได้ 40,000 ล้านดอลาร์ หรือ 1.3 ล้านล้านบาทในปี 2017
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ด้านยุติธรรมและการคุ้มครองผู้บริโภคของสหภาพยุโรปให้ความเห็นว่า เฟซบุ๊กอาจไม่ต้องจ่ายเงินค่าปรับสูงถึงขนาดนั้น เพราะได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบด้วยการแจ้งผู้ใช้งานได้ทราบเกี่ยวกับข้อบกพร่องภายใน 72 ชั่วโมง