เมื่อวันที่ (5 ต.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอัญชนา ทองเงา อายุ 53 ปีชาวบ้านสวายสอ ต.นิคม อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นอดีตอาสาสมัครสาธารณสุข หรือ อสม.ประจำหมู่บ้าน ออกมาร้องขอความเป็นธรรม กรณีนายสุดาวิทย์ ทองเงา สามีซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว เคยทำงานบริษัทแห่งหนึ่งในตัวเมืองบุรีรัมย์ มีเงินเดือนๆ ละกว่า 2 หมื่นบาท ถูกรถจักรยานยนต์ขับย้อนศรพุ่งชนขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน เมื่อเย็นวันที่ 8 มีนาคม 2554 จนบาดเจ็บสาหัสศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรง ขาซ้ายหัก 3 ท่อน แขนซ้ายไม่มีความรู้สึก และกลายเป็นคนพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ส่วนคู่กรณีบาดเจ็บเล็กน้อย
กระทั่งวันที่ 4 มิถุนายน 2556 ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ พิพากษาให้คู่กรณีชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 1,848,029 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี แต่จนถึงขณะนี้เวลาผ่านไปกว่า 7 ปี ยังไม่ได้รับเงินจากคู่กรณีแม้แต่บาทเดียว และคดีก็ใกล้หมดอายุความแล้ว ทำให้ครอบครัวต้องนำที่ดินไปจำนองกับธนาคาร และยังไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้
นอกจากนี้ ในช่วงการรักษานายสุดาวิทย์ ทางโรงพยาบาลบุรีรัมย์ ต้องทำเรื่องส่งตัวไปผ่าตัดที่ โรงพยาบาลรามา หลังผ่าตัดเสร็จถูกเรียกเก็บค่าส่วนต่างในการรักษาเป็นเงินกว่า 42,000 บาท ทั้งที่สามีใช้สิทธิ์บัตรประกันสังคม เมื่อไปสอบถามทางโรงพยาบาลอ้างว่าให้จ่ายสำรองไปก่อนแล้วค่อยไปทำเรื่องเบิกที่ประกันสังคม แต่พอไปสอบถามทางประกันสังคมกลับให้ไปทวงถามกับทางโรงพยาบาลเอง
ที่ผ่านมาได้ยื่นหนังสือร้องไปยังโรงพยาบาลบุรีรัมย์ ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอสตึก และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับความกระจ่าง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือครอบครัวด้วย เพราะตอนนี้เดือดร้อนมาก