วันที่ 31 มี.ค. 58 น.ส.สุภัทรา นาคะผิว โฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก 17 ต่อ 15 เสียง เห็นชอบกำหนดให้มีสัดส่วนสตรีจำนวน 1 ใน 3 ไว้ในบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ทุกภาคจำนวน 6 บัญชี แต่ที่ประชุมมีมติ 22 ต่อ 10 เสียง ไม่เห็นด้วยกับการกำหนดสัดส่วนสตรีจำนวน 1 ใน 3 ในตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น โดยเห็นว่าจะเป็นการล่วงล้ำการใช้สิทธิของประชาชนในการเลือกสมาชิกสภาท้องถิ่นมากเกินไป โดยการการลงมติในประเด็นนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญต้องตัดสินใจด้วยการออกเสียงลงคะแนน
"การบัญญัติเรื่องดังกล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญ ถือเป็นความก้าวหน้าและการพัฒนาทางการเมืองที่สำคัญ เพราะที่ผ่านมารัฐธรรมนูญไทยจะกำหนดสัดส่วนของสตรีในลักษณะไม่เป็นการบังคับเท่าใดนัก ดังนั้น เมื่อมีการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ย่อมเป็นช่องทางให้ผู้หญิงที่มีความสามารถเข้าสู่การเมืองมากขึ้น" โฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แจง
น.ส.สุภัทรากล่าวต่อว่า ยังมีอีกหลายประเด็นที่ปรับเปลี่ยนไปจากเดิม โดยที่ประชุมมีมติให้สภาผู้แทนราษฎรต้องสิ้นสุดหากลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี โดย กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญปรับแก้เป็นว่า กรณีสภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี จะไม่มีผลให้นายกรัฐมนตรีต้องยุบสภา แต่นายกฯต้องพ้นจากตำแหน่ง และให้บุคคลที่ฝ่ายค้านเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีแนบท้ายญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นนายกรัฐมนตรีแทน ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550.