“ตาตา” อ้างกลุ่มอดีตปลัดยื่นปืนให้ยิง “หมีขอ”
นายตาตา ชาวเมียนมา อ้างว่า เป็นคนนำซากหมีขอใส่ถุงให้กับกลุ่มอดีตปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย ก่อนกลับ โดยนายตาตา เล่าว่า กลุ่มอดีตปลัด 2 คน ชวนออกมาจากสำนักสงฆ์เพื่อล่าสัตว์ โดยกลุ่มอดีตปลัดยิง “หมีขอ” 2-3 นัด แต่ไม่โดน จึงยื่นปืนให้ตาตายิงแทน
ส่วนซาก “หมีขอ” ที่ได้ นำไปชำแหละตรงแคมป์สำนักสงฆ์ และแบ่งกันคนละครึ่ง โดยกลุ่มอดีตปลัด ขออุ้งเท้า “หมีขอ” ทั้ง 4 ข้างไปด้วย และไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่ขอไป
ส่วนสาเหตุที่นายตาตาออกมายอมรับ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่เคยไปสอบปากคำ และปฏิเสธว่าไม่รู้เห็นกับการล่าหมีขอ เพราะตัวเองไปสารภาพกับพระอาจารย์ และพระอาจารย์ก็บอกให้บอกทุกอย่างกับเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจโทรบอกเจ้าหน้าที่
ส่วนอาวุธปืนยาวติดลำกล้องพร้อมอุปกรณ์เก็บเสียง ขนาด .22 ที่นายตาตาอ้างว่าใช้ยิงหมีขอนั้น นายอนุสรณ์ เรือนงาน หรือ อส.ออย ให้การยอมรับกับ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเดินทางมาสอบปากคำด้วยตัวเองเมื่อวานนี้ จนทราบว่า อส.ออย เป็นผู้นำอาวุธปืนเข้าไปในพื้นที่ แต่เขาปฏิเสธว่า ปืนกระบอกนี้ไม่ใช่ของตัวเองแต่เป็นของพี่ชายที่นำมาฝากไว้
ด้าน นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค บอกว่า ซากสัตว์ที่พบเป็นหมีขอและจุดที่พบถุงใส่ซากสัตว์อยู่ห่างจากจุดที่จับกุมกลุ่มอดีตปลัดบริเวณรถคันสุดท้าย 1 กิโลเมตร
นอกจากนี้ยังพบหัวกระสุนปืนในปล้องไม้ไผ่ ที่คาดว่าจะเป็นของ 1 ในผู้ต้องหา ที่ยิงปืนแก้บน บริเวณศาลเจ้าพ่อเขาพลู หลังได้สัตว์ป่าตามที่ต้องการ
สำหรับผู้ร่วมเดินทางไปกับคณะอดีตปลัดฯ มีทั้งหมด 15 คน เป็นผู้ใหญ่ 11 คน และเด็ก 4 คน แต่ปรากฎชื่อนายสมเกียรติ เข้ามาภายหลัง เท่ากับว่าทั้งคณะมีทั้งหมด 16 คน ส่วนผู้ต้องหาขณะนี้ จากเดิม 11 คน จะเพิ่มเด็ก 1 คน ที่มีพฤติกรรมช่วยซุกซ่อนปืน และนายสมเกียรติ ที่เพิ่งมามอบตัว 1 คน และล่าสุดคือนายตาตา ปัจจุบันคดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 14 คน
โดยภายหลังการจับกุมนายตาตา และอส.ออย เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไปให้ พลตำรวจเอกศรีวราห์ แถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนจะนำตัวทั้งสองคนกลับไปยังจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อเข้าพื้นที่ทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณจุดที่ก่อเหตุล่าหมีขอ