อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย กำลังได้รับผลกระทบ หลังจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลง วันนี้ 19 ต.ค. 2561 รายการ “เป็นเรื่องเป็นข่าว” ได้เชิญนายชนะพันธ์ แก้วกล้าไชยวุฒิ เลขาธิการสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน มาร่วมรายการ
นาย ชนะพันธ์ กล่าวว่า หลายบริษัทที่อยู่เป็นสมาชิกของสมาคมเริ่มบ่นแล้วว่าทัวร์ชาวจีนหายไป สถานการณ์นี้ถือค่อนข้างแรงมาก เพราะที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจีนที่เดินมาที่ประเทศไทย 9 แสนคน ต่อเดือน ตอนนี้เหลือ 6 แสนคน ที่ผ่านมาผู้ประกอบการต้องใช้เวลากว่า 30 ปี เพื่อดึงนักเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย เพราะคนจีนเขาสามารถเลือกจะไปเที่ยวไหนก็ได้
แต่ 5-6ปีที่ผ่านมา ตลอดเวลากระแสข่าวในสังคมที่เกิดขึ้น มักจะมองว่าทัวร์จีนเป็นทัวร์ที่มีคุณภาพต่ำ หลายคนยังมองว่าทัวร์จีนเป็นทัวร์ศูนย์เหรียญ คนที่มาให้ข่าวนี้ไม่รู้จริง ในอดีตรัฐบาล จีน ไม่อยากให้เงินตราไหลออกนอกประเทศ บริษัททัวร์ไม่สามารถเก็บเงินจากทัวร์จีนได้ จึงแก้ปัญหา โดยต่างคนต่างเก็บ บริษัททัวร์ ที่อยู่ทางประเทศจีน ก็จะเก็บค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าทำวีซ่า ส่วนค่าทัวร์ประเทศไทย ฝั่งไทยจะเป็นคนเก็บ และ บริษัททัวร์ไทย กับบริษัททัวร์จีนไม่ได้จ่ายเงินกัน
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนมักจับจ่าย ซื้อของดีกว่านักท่องเที่ยวทุกชาติ เพราะตั้งแต่มีนโยบายให้นักท่องเที่ยวที่ซื้อของจากไทยสามารถขอคืนภาษีได้ จะเห็นนักท่องเที่ยวจีนต่อแถวขอคืนค่าแวต (VAT Refund)เป็นจำนวนมาก นั่นก็แปลว่าเขาซื้อของในไทยจำนวนมาก ปรากฎการณ์นี้ไม่เคยเกิดกับนักท่องเที่ยวชาติอื่น เกิดเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนเท่านั้น วันนี้โรงแรม 5 ดาวคนนอนมากที่สุดคือชาวจีน ไม่ใช่ชาวยุโรป ส่วนเหตุการณ์เรือล้มที่จ.ภูเก็ต เขามองว่าเราจะแก้ไขอย่างไร สิ่งที่ไม่ชัดเจนคือเรื่องความปลอดภัย แต่ข่าวที่ออกมาเรามีแต่แก้ตัว ไม่ได้ไปแก้ไข
ส่วนเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตบหน้านักท่องเที่ยวจีนที่สนามบินดอนเมือง ส่วนตัวมองว่าเป็นปัญหาเล็กๆน้อยๆ และต้องบอกว่าผู้ใหญ่ของบ้านเราแก้เกมส์ได้ดีมาก แก้ไขได้ชัดเจน ผู้กระทำความผิดได้รับการลงโทษทันทีผู้ที่รับผิดชอบก็ถูกพักงาน เรื่องนี้จึงทำให้ชาวจีนรู้สึกสบายใจ
ส่วนเรื่องความปลอดภัย เช่น อุบัติเหตุจมน้ำตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆที่เขากังวล ตนจึงอยากเสนอมาตรการให้ทางเทศบาล หรือ ทางอบต. และทางจังหวัด ถ้าชายหาดไหนมีนักท่องเที่ยวจมน้ำเสียชีวิต ควรสั่งปิดห้ามเล่นน้ำ จนกว่าจะมีความพร้อมจึงกลับมาเปิดให้เล่นน้ำได้ เราต้องพร้อมดูแลเขา ต้องพร้อมในการจำกัดพื้นที่นักท่องเที่ยวเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย ทางภาครัฐจะต้องสร้างความปลอดภัยให้ชัดเจน เมื่อมีข่าวออกไปให้เขาทราบเขาก็จะกลับมา
หลังจากเกิดเหตุเรือล้มทางสมาคมได้ทำสายรัดข้อมือ พร้อมข้อความว่า ความปลอดภัยเป็นหัวใจของการท่องเที่ยว เป็นภาษาไทย ภาษาจีน และ ภาษาอังกฤษ โดยในสายรัดข้อมือจะมีคิวอาร์โค๊ด จะสามารถลิงค์สัญญาณมือถือ ผ่านแอพพลิเคชั่นของวีแชท เมื่อนำโทรศัพท์สแกนไปยังคิวอาร์โค๊ด แล้วก็นำไปสแกนพาสปอร์ต ข้อมูลแต่ละคนก็จะขึ้นมาว่าเป็นใคร มาเมื่อไหร่ กลับวันไหน ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถติดต่อใครได้ ถ้ากรณีที่นักท่องเที่ยวมากับบริษัททัวร์ เขาก็จะป้อนข้อมูลว่าบริษัทต้นทางคือใคร หากนักท่องเที่ยวหลงทางเจ้าหน้าที่ หรือ ใครก็ตามให้ถ่ายรูปคิวอาร์โค๊ด ส่งมาให้ทางสมาคม เราจะส่งข้อมูลให้ว่าเขาเดินทางมาจากที่ใด นอกจากนี้ในสายข้อมือทางสมาคมได้ซื้อประกันเอาไว้ให้หากนักท่องเที่ยวเสียชีวิตจะได้รับเงิน 1ล้านบาท ค่ารักษาพยาบาล 5 แสนบาท
ด้าน นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า สถานการณ์นักท่องเที่ยวชาวจีนลดลงไม่ถึงค่อนข้างรุนแรง หรือ วิกฤต เมื่อเดือน ก.พ.2561 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวไทยถึง 1ล้านคน เดือนก.ย. 7 แสนคน ไม่ได้น้อยลง อาจลดลงได้แต่ไม่นานเดี๋ยวกลับมาเพิ่มขึ้นอีก เพราะไทยยังครองอันดับ 1 ที่นักท่องเที่ยวจีนอยากมาเที่ยว อันดับ 2คือ ญี่ปุ่น
ส่วนเหตุการณ์เรือล่ม และ กรณีเจ้าหน้าที่สนามบินไปทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวจีน นั้น เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะคุณภาพการท่องเที่ยวของไทย ที่ต้องแก้ไข 3 มติ คือ ความปลอดภัย ความสะอาด และ ความสะดวก เช่นเรื่องความสะดวก ต่อไปอาจทำวีซ่าผ่าน แอพพลิเคชั่น ไม่จำเป็นต้องยื่นขอที่สถานทูตในจีน ซึ่งเป็นมาตรการที่เราเน้นดำเนินการ จะไม่มีการลดแลก แจกแถมอีกแล้ว ซึ่งประเทศไทยไม่ได้เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวราคาถูก เราต้องยกระดับให้การท่องเที่ยวไทยมีศักดิ์ศรี มีราคาขึ้น
ส่วนมาตรการแก้ปัญหา สิ่งแรกที่ต้องทำคือ พยายามกู้เรือฟินิกซ์ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบว่าใครเป็นผู้กระทำผิด สิ่งที่สอง คือ พื้นที่ไหนเกิดแหล่งอาชญากรรมมีการจี้ปล้น ทางตำรวจต้องเสริมกำลังเข้าไป นอกจากนี้เรื่องที่นักท่องเที่ยวมักจะบ่นคือเรื่องพาสปอร์ตหาย เมื่อปีที่แล้วนักท่องเที่ยวชาวจีนพาสปอร์ตหาย 1,000 เล่ม 80 % เกิดจากการถูกชกชิงวิ่งราว
อ่านเพิ่มเติม>>> “ปลัด ก.ท่องเที่ยว” มั่นใจ เดี๋ยว “นทท.จีน” ก็กลับมา ยันไม่มีลดแลกแจกแถม เพราะอยากได้คุณภาพ