หากย้อนไปดูนโยบายที่ทั้ง 3 คนชูไว้ จะพบว่ามีทั้งที่เหมือนกัน เช่น การยืนยันว่าพร้อมพาพรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้ง หรือ การระบุว่า พร้อมส่งเสริมให้พรรคเป็นพรรคที่มีความเป็นประชาธิปไตยโดยแท้จริง เป็นต้น แต่ก็มีหลายนโยบายที่แตกต่างกัน
เริ่มจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคหมายเลข 1 และเป็นแชมป์เก่าที่เป็นหัวหน้าพรรคมากว่า 10 ปี ประกาศจุดยืนมาตลอดว่าจะนำพรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ แม้ว่าที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ จะแพ้มาตลอด ฃ
สำหรับสโลแกนที่นายอภิสิทธิ์ใช้หาเสียงกับสมาชิกพรรคเพื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคครั้งนี้ คือ "มุ่งมั่นเพื่ออุดมการณ์ มุ่งหน้าอนาคตไทย" พร้อมย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคอะไหล่ของพรรคการเมืองใด
ส่วน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค หมายเลข 2 ชูสโลแกน "กล้าเปลี่ยนเพื่อประชาชน" พร้อมระบุว่าหากได้เป็นหัวหน้าพรรค จะเปลี่ยนแปลง 3 เรื่องเร่งด่วน คือ เปลี่ยนแปลงเรื่องภายในพรรค เปลี่ยนแปลงการเมืองให้สร้างสรรค์ และ เปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประเทศชั้นนำของโลกใน 20 ปี
ล่าสุดเมื่อวานนี้ นพ.วรงค์ ประกาศว่าหากได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคจะเปลี่ยนอุดมการณ์พรรคที่ระบุว่าเป็นเสรีนิยมประชาธิปไตย ให้กลายเป็น ประชาธิปไตยสวัสดิการ เนื่องจากมองว่า ตอบโจทย์ประชาชนมากกว่า
ขณะที่ นายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค หมายเลข 3 ประกาศแนวทางชัดเจนว่าจะเข้ามาปฏิรูปพรรค เนื่องจากมองว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งในแง่ดีคือมีประสบการณ์ แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่ต้องปรับเปลี่ยนให้ทันสมัย ดังนั้นสโลแกนของนายอลงกรณ์คือ "เปลี่ยนประชาธิปัตย์ เปลี่ยนประเทศไทย" พร้อมนำเสนอแนวทางการทำงานหากได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคว่าจะเริ่มปฏิรูป 4 ด้านสำคัญ ผลักดันกฎเหล็ก 5 ข้อ และขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์ 6 ด้าน
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >>> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้