พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีกรรมการสภามหาวิทยาลัยต่างๆ เตรียมยื่นลาออกจากตำแหน่ง เพราะไม่พอใจที่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ว่า การประชุมของ ป.ป.ช. ในวันนี้จะนำข้อทักท้วงดังกล่าวมาพิจารณาหาทางออกร่วมกัน แต่ที่ให้ ป.ป.ช.ตัดข้อกำหนดเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินทิ้งไปนั้นคงเป็นไปได้ยาก เพราะเจตนารมณ์ของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่เขียนกฎหมายเกี่ยวกับการแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินนั้น เพื่อต้องการให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ส่วนทางออกจะเป็นอย่างไรจะชี้แจงให้สาธารณชนได้ทราบต่อไป แต่เบื้องต้นทาง ป.ป.ช.มองว่า กรรมการสภามหาวิทยาลัย มีหน้าที่แต่งตั้งผู้บริหาร ทั้งอธิการบดี และคณบดี โดยมีอำนาจอนุมัติการใช้งบประมาณภายในหน่วยงาน ถือว่าใช้อำนาจทางปกครองเทียบเท่ากับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง จึงอยู่ในข่ายต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินของ ป.ป.ช.
ด้านนายแพทย์ ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ทางกระทรวงจะร่วมหารือกับ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ทบทวนเรื่องดังกล่าว ขณะนี้ทราบว่ามีภาคเอกชนที่เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในสภามหาวิทยาลัย ในสถาบันอาชีวศึกษาต่างมีปัญหาที่จะต้องเปิดเผยทรัพย์สิน ก็แสดงเจตจำนงจะยื่นลาออกกันจำนวนมาก อย่างไรก็ตามภาคเอกชนมีความสำคัญต่อการศึกษา คงจะต้องดูว่าจะทบทวนเรื่องดังกล่าวได้หรือไม่
ขณะที่ นายวีรชัย พุทธวงศ์ เลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) กล่าวว่า ได้ทำหนังสือถึงประธาน ป.ป.ช.เพื่อสนับสนุนประกาศเรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เพราะกระบวนการดังกล่าวจะช่วยสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารงานในสถาบันอุดมศึกษา
ส่วนกรณีที่มีบุคคลบางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านคัดค้านเพื่อขอให้ ป.ป.ช.ทบทวนประกาศดังกล่าวนั้น นายวีรชัย มองว่า น่าจะเป็นกลุ่มคนที่กลัวการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินคือกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ ตนเห็นว่านายกสภาฯ-กรรมการสภาฯ ไม่ควรเกรงกลัวกับการต้องตรวจสอบทรัพย์สิน เพราะในเมื่อเราเป็นฝ่ายที่ต้องตรวจสอบการทำงานของผู้บริหาร เราก็ควรพร้อมที่จะโดนตรวจสอบด้วย