รูปแบบการเลือก”นายกรัฐมนตรี” ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 บุคคลที่จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องมีถูกประกาศชื่อ อยู่ในบัญชีของพรรคการเมืองตั้งแต่วันรับสมัครเลือกตั้งโดยแต่ละพรรค จะเสนอได้ไม่เกิน 3 รายชื่อ และจะเป็นผู้ที่ลงสมัคร ส.ส. หรือไม่ใช่ผู้ที่ลงสมัคร ส.ส.ก็ได้ และพรรคที่จะมีสิทธิเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้ จะต้องมี ส.ส. 25 ที่นั่งขึ้นไป วิธีที่ให้ ต้องใส่ชื่อ “นายกรัฐมนตรี” ในบัญชีพรรคการเมืองก่อน ถูกกำหนดขึ้นมา เพื่อแก้ข้อครหาว่า การเปิดใช้มี การล็อกชื่อ “นายกรัฐมนตรีคนใหม่” จาก คสช. เพราะจะทำให้ไม่สามารถเลือกคนที่เปิดเผยตัวมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้
คาดกันว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องไปมีชื่ออยู่ในบัญชีพรรคใดพรรคหนึ่ง ที่สนับสนุนแนวทางของ คสช. และต้องเป็นพรรคที่มั่นใจว่า จะมี ส.ส.เกิน 25 เสียง ในสภามี ส.ส. 500 เสียง ส.ว. 250 เสียง เท่ากับ 750 เสียงโหวต ผู้ที่จะเป็น นายกรัฐมนตรี จะต้องได้รับคะแนนโหวตจากทั้ง 2 สภารวมกันเกินกึ่งหนึ่งของทั้ง 2 สภาคือ 376 เสียงขึ้นไป
จากข้อมูลนี้ ดูเหมือนว่า “นายกรัฐมนตรี” คนต่อไป จะต้องแสดงตัวอยู่ในบัญชีของพรรคการเมืองก่อนเลือกตั้งเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ยังมีโอกาสที่จะได้ “นายกรัฐมนตรีนอกบัญชี หรือ เป็นคนนอกไปเลย
เหตุการณ์เช่นนั้น จะเกิดขึ้นได้ ถ้าทั้ง 2 สภา ไม่สามารถเลือก “นายกรัฐมนตรี” จากบัญชีพรรคการเมืองได้ คือ ไม่มีใครได้รับคะแนนโหวตจากทั้ง 2 สภา อย่างน้อย 376 เสียง
รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เปิดโอกาสให้ ส.ส. เสนอต่อประธานรัฐสภา ขอมติจาก ส.ส. และ ส.ว. ให้เสนอชื่อบุคคลนอกบัญชีพรรคการเมือง เข้ามาชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยต้องได้รับความเห็นชอบ 2 ใน 3 ของรัฐสภา คือ 500 เสียง จาก 750 เสียง ก็จะเข้าสู่กระบวนเสนอชื่อ “นายกฯนอกบัญชี” ต่อไป
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้