วันนี้ (13 พ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำชี้แจงของผู้อำนวยการโรงเรียนสา ฝ่ายกิจการนักเรียน ซึ่งรับผิดชอบเรื่องระเบียบเครื่องแต่งกายของนักเรียน โดยชี้แจงเพิ่มเติมผ่านเฟซบุ๊กของโรงเรียนเป็นประกาศฉบับที่ 2 ว่าการออกระเบียบลักษณะนี้ เพื่อลดปัญหาการใส่เสื้อกันหนาวที่ไม่ใช่ของโรงเรียน เช่น ใส่เสื้อเลียนแบบค่านิยมที่มีราคาแพง เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน และความเป็นระเบียบ เป็นเอกลักษณ์ของโรงเรียน โดยรองผู้อำนวยการโรงเรียนสา ยืนยันว่า ในประกาศฉบับแรกไม่ได้ระบุว่านักเรียนต้องซื้อเสื้อกันหนาวใหม่กับทางโรงเรียน แต่นักเรียนมีเสื้อกันหนาวอยู่แล้ว เพราะต้องซื้อเมื่อเข้าเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ในราคาตัวละ 350 บาท พร้อมยืนยันว่าโรงเรียนไม่มีจุดประสงค์เพื่อแสวงหากำไรจากการซื้อขายเสื้อกันหนาว และแจงว่าโรงเรียนไม่ได้ห้ามใส่เสื้อกันหนาวอื่น เพียงแต่ขอความร่วมมือ หากจะใส่เสื้อที่ไม่ใช่ของโรงเรียนก็ควรใส่เสื้อของโรงเรียนทับอีกชั้น เพราะนักเรียนมีเสื้อของโรงเรียนอยู่แล้ว
รองผู้อำนวยการโรงเรียนสา กล่าวต่อว่า ระเบียบการใส่เสื้อกันหนาวที่ประกาศใช้ ได้ผ่านความห็นชอบจากหลายฝ่าย ตั้งแต่ที่ประชุมฝ่ายกิจการนักเรียน สมาคมผู้ปกครองและครู รวมถึงที่ประชุมผู้ปกครองที่เพิ่งจัดประชุมไปเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ทั้งนี้แม้ทางโรงเรียนจะออกประกาศฉบับที่ 2 ชี้แจงเพิ่มเติม และลบประกาศฉบับแรกที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักออกจากหน้าเฟซบุ๊กของโรงเรียนไปแล้ว แต่มีหลายคนที่มาแสดงความเห็นที่ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย คนที่มาแสดงความทเห็นส่วนหนึ่งเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียน โดยระบุว่าเป็นการจำกัดสิทธิของนักเรียน และแม้ว่าทางโรงเรียน จะชี้แจงว่า สามารถใส่เสื้อกันหนาวอื่นได้ แต่ต้องมีเสื้อของโรงเรียนใส่ทับ แต่ในประกาศฉบับแรก กำหนดบทลงโทษนักเรียนท่ไม่ปฏิบัติตามไว้ 3 ขั้นตอน ตั้งแต่ให้นักเรียนลงชื่อรับทราบ และรับเสื้อคืน ให้นักเรียนพร้อมผู้ปกครองลงชื่อรับทราบและรับเสื้อคืนหลังเลิกเรียน และให้นักเรียนพร้อมผู้ปกครองลงชื่อรับทราบพร้อมรับเสื้อคืนเมื่อสิ้นสุดภาคเรียน เมื่อถามในประเด็นนี้ รองผู้อำนวยการโรงเรียนสา อธิบายว่า เป็นเรื่องปกติของการออกกฎระเบียบที่ต้องกำหนดบทลงโทษไว้ด้วย เพื่อให้นักเรียนปฏิบัติตาม
ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ที่ผ่านมา หน้าเพจเซบุ๊กของโรงเรียนสา ออกประกาศฉบับที่ 3 มีข้อความสั้น ๆว่า ได้ชี้แจงเหตุผลในการออกประกาศไปแล้ว และขอยกเลิกประกาศดังกล่าว