อินโดนีเซียผลักดันกฎหมายประกันสุขภาพแบบครอบคลุมหรือระบบการรักษาพยาบาลฟรีเมื่อปี 2004 แต่เช่นเดียวกับหลายๆประเทศ ในทางปฏิบัติมีข้อขัดข้องอยู่ คนจำนวนหนึ่งยังเข้าไม่ถึงการบริการ ด้วยความที่อินโดนีเซียมีเกาะแก่งน้อยใหญ่มากมาย การเดินทางสัญจรนับว่ายุ่งยากอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะหากเป็นโรคซับซ้อนหรือร้ายแรงอย่างเช่นโรคมะเร็งที่ต้องรับการรักษาจากแพทย์และโรงพยาบาลในเมืองใหญ่อย่างจาร์กาต้า ข้อจำกัดทั้งระยะทาง ระยะเวลาและค่าใช้จ่า ทำให้หลายครอบครัวไม่สามารถมาที่เมืองหลวงได้ ในขณะที่ต้องมาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอพวกเขาแก้ปัญหานี้กันอย่างไร?
"ChildCancerCare" หรือบ้านพักฉุกเฉินสำหรับเด็กที่ป่วยเป็นมะเร็งและครอบครัวถูกตั้งขึ้นสำหรับครอบครัวยากจนที่ต้องหอบลูกเข้ามารักษาตัวในเมืองหลวง ที่นี่ เด็ก ๆ ได้อยู่ร่วมกับครอบครัว ได้เรียนหนังสือ และไปหาแพทย์ตามเวลานัด บ้านหลังใหญ่นี้มีห้องพักสำหรับแต่ละครอบครัว มีห้องครัวและห้องรับประทานอาหารรวม ที่ทุกคนมักจะออกมาพบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนปัญหาและประสบการณ์ของกันและกัน ถือเป็นสถานที่ที่เป็นที่พึ่งให้สำหรับคนรายได้น้อย ที่ต้องพาลูกเดินทางเข้ามารักษาตัวในเมือง ด้วยเงินบริจาคจากทั้งในและต่างประเทศ
ในเวลาปกติ เด็ก ๆ ที่นี่ก็ไม่ต่างจากเด็กทั่วไปที่ต้องเรียนหนังสือกันทุกวัน แต่ต่างจากห้องเรียนทั่วไป ที่เด็ก ๆ จะนั่งเรียนรวมกันในห้องเดียว โดยไม่แบ่งแยกชั้นเรียน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบ ไม่มีใครส่งเสียงหรือทำเอะอะตึงตัง หรืออาจเป็นเพราะแต่ละคนไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะส่งเสียงและกระโดดโลดเต้นได้เหมือนเด็กที่มีสุขภาพปกติ หลายคนกำลังอยู่ในขั้นตอนการรักษาด้วยเคมีบำบัด เห็นได้ชัดจากศีรษะที่ปราศจากเส้นผม อันเป็นผลโดยตรงจากฤทธิ์ยา แม้ร่างกายจะผอมบางซูบซีดและดูไร้เรี่ยวแรง แต่เด็ก ๆ ยังคงเข้าห้องเรียนกันอย่างสม่ำเสมอ บางที การเรียน การทำการบ้าน การได้อยู่ร่วมกับเพื่อน ๆ พี่น้องที่ตกอยู่ในภาวะเดียวกัน อาจเป็นสิ่งช่วยเยียวยาจิตใจของเด็ก ๆ อย่างน้อยที่สุด พวกเขาก็ไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง
เด็ก ๆ ทุกคนที่นี่ป่วยด้วยโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ กันไป บางคนยังไม่หย่านม บางคนเพิ่งจะหัดเดิน แต่มะเร็งร้ายไม่เลือกอายุ มีตั้งแต่เด็กเล็กที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ไปจนเด็กวัยรุ่นที่ติดโทรศัพท์เช่นเดียวกับวัยรุ่นทั่วโลก เด็กผู้หญิงคนนี้แม้จะยังไม่เข้าโรงเรียน แต่พ่อก็อุ้มมาดูพี่ ๆ เรียนกัน พอถึงเวลาพัก พ่อจัดแจงอุ้มหนูน้อยเข้ามาเล่นกับพี่ ๆ ในห้องด้วย ซึ่งก็น่าเพลิดเพลินกว่าการนั่ง ๆ นอน ๆ เก็บตัวอยู่คนเดียวเป็นไหน ๆ
เมื่อความเจ็บป่วยไม่เลือกเพศ วัยหรือฐานะ ผู้ป่วยแต่ละรายรวมถึงครอบครัวจึงต้องแสวงหาวิธีการรักษาพยาบาลกันตามพื้นฐานของแต่ละคน มีตั้งแต่การรักษาแบบพื้นเมือง แพทย์แผนโบราณ สถานพยาบาลในชุมชนห่างไกล มายังโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในเมือง อินโดนีเซียมีโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานนานาชาติอยู่หลายแห่งแต่ก็ยังถือว่าไม่เพียงพอกับจำนวนประชากร 240 ล้านคน ในกลุ่มคนที่มีกำลังใช้จ่ายสูงหลายคนจึงเลือกการเดินทางออกไปรักษานอกประเทศ
ในแต่ละปีนั้น มีผู้ป่วยชาวอินโดนีเซียเดินทางออกไปรักษาตัวนอกประเทศมากถึง 1 ล้าน 5 แสนคน จุดหมายปลายทางของคนส่วนใหญ่คือ สิงคโปร์ มาเลเซียและไทย เนื่องจากระยะทางไม่ไกลมาก เดินทางสะดวก อีกทั้งมาตรฐานในการรักษาพยาบาลที่เป็นที่ยอมรับ ประเทศในกลุ่มอาเซียนอย่าง ไทย มาเลเซียและสิงคโปร์มีแนวทางผลักดันประเทศให้เป็น Madical Hub ไทยและสิงคโปร์เป็นคู่แข่งที่สำคัญ โดยมีมาเลเซียตามมาห่าง ๆ สำหรับประเทศไทยนั้น โดดเด่นด้วยการมีแพทย์ที่มีฝีมือและเชี่ยวชาญ คุณภาพของระบบการดูแลสุขภาพที่ทัดเทียมกัน
แพทย์ไทยนั้นมีประสบการณ์ในการรักษาที่หลากหลาย เนื่องจากจำนวนประชากรมากกว่าและด้วยอาการของโรคต่าง ๆ ที่ซับซ้อนกว่า รวมไปถึงการต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอยู่บ่อยครั้ง ระบบการเรียนการสอนของอินโดนีเซียนั้นแตกต่างจากไทยตรงที่ ในไทยนั้นรัฐบาลมีส่วนช่วยสนับสนุนงบประมาณและมีนโยบายผลักดันแพทย์จบใหม่ให้ออกไปทำงานในพื้นที่ต่าง ๆ ในขณะที่อินโดนีเซีย ผู้เรียนต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ส่งส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกเรียนของแต่ละคนอยู่พอสมควร เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเรียนสาขาอื่น
นอกจากนี้ยังดึงดูดด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า บริการและสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจต่าง ๆ ซึ่งคนไข้ที่เดินทางมารักษาตัว มักจะมีครอบครัวตามมาดูแลด้วย เมื่อเสร็จสิ้นการรักษาก็จะมีแผนการพักฟื้น พักผ่อนหรือท่องเที่ยวต่ออีกระยะก่อนเดินทางกลับ ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของไทยนั้นมีส่วนแบ่งในตลาดโลก 40% คิดเป็นอันดับ 6 ของโลก ชาวต่างประเทศ 60% ที่เข้ามาไทยนั้น เป็นการเดินทางมาเพื่อรักษาสุขภาพโดยตรง ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดการแพทย์ของเอเชีย ที่สามารถดึงดูดผู้ป่วยได้มากที่สุด โดยมีทั้งลักษณะการจัดทัวร์เพื่อสุขภาพ ซึ่งบริษัทจะเป็นผู้จัดแผนการเดินทาง การรักษา ติดต่อโรงพยาบาล แพทย์ไปจนถึงเตรียมล่ามแปลภาษาและแบบที่เดินทางมาด้วยตัวเอง ในระยะหลัง จึงมีชาวอินโดนีเซียเริ่มเดินทางมารักษาตัวในไทยมากขึ้น
เมื่อเกิดการเจ็บป่วย แต่ละคนแต่ละครอบครัวย่อมหาหนทางในการรักษาพยาบาล ตามความต้องการและความสามารถที่แตกต่างกันไป เทคโนโลยีการสื่อสาร การเดินทางและการแพทย์ที่ก้าวหน้า ทำให้ผู้ป่วยมีทางเลือกในการรักษาตัวเพิ่มมากขึ้น โรคร้ายที่ยากต่อการรักษาอาจพรากความเข้มแข็งและกำลังใจไปจากผู้คนได้ง่าย แต่ในเมื่อความตายยังไม่ใช่ทางเลือกสุดท้าย พวกเขาย่อมสู้ต่อไปอย่างมีความหวังตามวิถีทางของแต่ละคน
รับชมรายการรอบโลก BY กรุณา บัวคำศรี ตอน การรักษาไร้พรมแดน ย้อนหลัง http://pptv36.tv/sMD